กระเบา

By -

ชื่อทางพฤกษศาสตร์ Hydnocarpus anthelminticus Pierre ex Laness

ชื่อวงศ์ Flacourtiaceae
ชื่ออื่นๆ กระเบาน้ำ กระเบาข้าวแข็ง กระเบาข้าวเหนียว กระเบาตึ้ก เบา ตั้วโฮ่งจี๊กระเบา

พบพืชชนิดนี้ได้ตามป่าดิบ เขาหินปูน และตามริมน้ำ บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30-1,300 เมตร และพบได้ในทุกภาคของประเทศ

ที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็น กระเบาใหญ่ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นเปลา ใบเป็นแบบใบเดี่ยวเรียงสลับกัน รูปใบคล้ายหอกแกมรูปไข่ หรือรูปขอบขนาน มีก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 ซม. ดอกจะเป็นชนิดแยกเพศอยู่ต่างต้นกัน ดอกตัวผู้จะออกตามซอกใบแบบเดี่ยวๆ กลิ่นของดอกตัวผู้ของกระเบาใหญ่จะหอมมาก ซึ่งมักเรียกกันว่า “แก้วกาหลง” ความยาวของก้านดอกประมาณ 1.5-3 ซม. มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน มีกลีบดอก 5 กลีบ เป็นสีชมพู มีเกสรตัวอยู่ 5 อัน ส่วนดอกตัวเมียจะออกตามซอกใบเป็นช่อสั้นๆ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนดอกตัวผู้ แต่บริเวณตรงปลายเกสรตัวเมียจะมี 5 แฉก บริเวณรังไข่จะมีขนสั้นๆ คลุมอยู่ ผลมีลักษณะกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-12 ซม. ผิวผลเรียบ เปลือกแข็งและมีขนหรือเกล็ดสีน้ำตาลอยู่ทั่ว เมล็ด มีลักษณะเป็นรูปไข่ เบี้ยว อัดแน่นกันอยู่เป็นจำนวนมากประมาณ 30-50 เมล็ด

น้ำมันกระเบา เป็นน้ำมันที่บีบได้จากเมล็ดกระเบาใหญ่ ฝรั่งเรียกว่า “Hydnocarpus oil” หรือ Chaulmoogra oil” มีความถ่วงจำเพาะที่ 25 องศาเซลเซียส ประมาณ 0.940-0.960 มีองค์ประกอบทางเคมีเป็น chaulmoogric acid และ hydnocarpic acid เสียเป็นส่วนใหญ่

สรรพคุณของน้ำมันกระเบา
ใช้ทาแก้โรคเรื้อน และโรคผิวหนังอื่นๆ เช่น โรคเรื้อนกวาง หรือหิด และยังใช้เพื่อแก้อาการปวดบวมตามข้อได้อีกด้วย