ปลากับกระแสน้ำและความดันของน้ำ

By -

กระแสน้ำ(water curents)
ในลำธาร แม่น้ำ มหาสมุทร และทะเลสาบ ความแรงของกระแสน้ำจะส่งผลต่อถิ่นอาศัยของปลาแต่ละชนิด ปลาจะตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำด้วยระบบเส้นข้างตัว เราสามารถรู้แหล่งอาศัยของปลาแต่ละชนิดได้ ว่าอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำเชี่ยว ด้วยการดูจากรูปร่างของมัน เช่น ปลาเทราต์ จะมีรูปร่างแบบกระสวยหัวท้ายแหลม เพราะชอบอาศัยในแหล่งที่มีกระแสน้ำค่อนข้างแรง มันสามารถลดแรงเสียดทานของน้ำได้ด้วยการมีเกล็ดที่เล็กละเอียด ปลาที่มีรูปร่างป้อม และเกล็ดขนาดใหญ่อย่างพวกปลาไน ปลาซันฟิช ปลาทอง มักจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่นิ่ง ปลาที่มักชอบหลบซ่อนอยู่ตามซอกหิน หรืออยู่ก้นน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงกระแสน้ำที่ไหลแรงจะเป็นปลาที่มีรูปร่างทรงกระบอก

ปลาหลายชนิดจำเป็นต้องหาแหล่งวางไข่ที่ปลอดภัย หากอาศัยอยู่ในมหาสมุทรที่มีกระแสน้ำไหลแรง เช่น การว่ายฝ่ากระแสคลื่นไปยังแหล่งวางไข่ของปลาวงศ์หลังเขียว เพื่อให้กระแสน้ำพัดพาลูกที่เติบโตขึ้นมาไปยังแหล่งหากินของพ่อแม่ได้

ความดัน(pressure)
ธรรมชาติได้สร้างถุงลมมา เพื่อให้ปลาสามารถดำรงชีพในน้ำได้ ปลาจะได้เปรียบหลายด้านกับการมีถุงลมอยู่ หน้าที่ของถุงลมจะช่วยกำหนดขอบเขตความลึกในการหากินของปลาด้วย เพราะในความลึกของน้ำระดับต่างๆ จะทำให้ถุงลมมีความดันเปลี่ยนแปลงไปด้วย ปริมาตรของก๊าซในถุงลมปลาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อมันว่ายน้ำลอยขึ้นมาทุกระยะความลึก 10 เมตร การปรับความดันในถุงลมของปลาส่วนใหญ่สามารถทำได้อย่างช้าๆ ความดันและปริมาตรของก๊าซที่เพิ่มขึ้น ปลาจะสามารถทนได้อย่างมากเพียง 25%เท่านั้น แสดงให้เห็นว่า ช่วงอาศัยและหากินของปลาอยู่ในช่วงความลึกที่แคบมาก เมื่อเราจับปลาน้ำลึกขึ้นสู่ผิวน้ำแล้ว ปลาจะลอยตัวโดยไม่สามารถบังคับการทรงตัวได้เมื่อปล่อยไปอีกครั้ง แม้มันจะปรับถุงลมให้แบนดังเดิมก็ตาม ปลาจำเป็นจะต้องปรับถุงลมให้เหมาะกับสภาพที่ใกล้กับผิวน้ำมากที่สุด หากต้องการอพยพขึ้นลงในแนวดิ่งให้ได้มากๆ จะช่วยให้มันไม่จมน้ำในระดับลึกและสามารถว่ายน้ำได้อย่างอิสระ และเมื่อว่ายขึ้นมาสู่ระดับน้ำที่สูงขึ้นถุงลมก็จะไม่แตกออก

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ