กลไกขากรรไกรของปลา

By -

ขากรรไกรที่ยืดหดได้ในปลากระดูกอ่อน
ปลากระดูกอ่อนจะเป็นปลากินเนื้อเสียเป็นส่วนใหญ่ ขากรรไกรจะมีกระดูกอ่อนอยู่ 2 ชนิด ในแบบของปลาโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว คือ กระดูกอ่อนเมคเคลส์(Meckel’s cartilage) และพาลาโตควอเดท(palatoquadrate) และจะมีกระดูกอ่อนอีกชิ้นหนึ่งในพวกปลาปัจจุบัน คือ ฮัยโอแมนดิบูลา(hyomandibula) ในบรรพบุรุษที่มีขากรรไกรยืดหดได้ก็เพื่อให้เหมาะกับการกินอาหารโดยใช้ปากดูดเหยื่อจำพวกเบนธอส วิธีการกินแบบซัคชันนี้ พบได้ในปลากระเบนหลายชนิดในปัจจุบัน ขากรรไกรของปลากระดูกอ่อนที่พัฒนาดีขึ้น ส่วนบนของขากรรไกรก็จะยืดหดได้ในแนวดิ่ง การฝังตัวอยู่ในทรายของฉลามนางฟ้า เพื่อคอยเหยื่อพวกปลาเล็กๆ ที่ว่ายผ่านมา มันจะใช้ขากรรไกรล่างจับ และใช้ปากที่เป็นสุญญากาศดูดเข้าไป

บริเวณหน้าตาของปลาฉลาม ส่วนขากรรไกรบนจะยื่นยาวออกไป ขากรรไกรจะยื่นออกมาและขยับเข้าออกได้เมื่อฉลามอ้าปาก เพื่อช่วยยึดจับเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ได้ การฉีดกัดเนื้อเหยื่อก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฟันที่แหลมคมแบบฟันเลื่อย ฉลามจะกลืนกินเหยื่อเข้าไปทั้งตัวถ้าเหยื่อนั้นมีขนาดเล็ก

จะมีขากรรไกรที่สั้นในฉลามสเปอร์ด็อก Squalus ฉลามกรีนแลนด์ Somniosus และฉลามในสกุล Dalatias, Etmopterus, Centroacymnus แต่ที่ส่วนของกล่องสมองจะมีกระดูกฮัยโอแมนดิบูลา ยืดออกไป ทำให้ขากรรไกรสามารถยืดหดได้ ปลาและสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังที่เล็กกว่าจะเป็นเหยื่อของปลาพวกนี้ และมันสามารถดูดกินเหยื่อในดินที่เป็นพวกเบนธอสได้ดีด้วย นิสัยเฉื่อยชาของฉลามกรีนแลนด์ ทำให้สงสัยว่ามันจะล่าเหยื่อพวกปลาได้อย่างไร แต่เข้าใจว่ามันจะล่อปลาและสัตว์อื่นให้เข้ามาใกล้ด้วยต่อมเรืองแสงที่อยู่ใกล้ตา ซึ่งเกิดจากโคพีพอดส์เรืองแสงที่เป็นปรสิตในตัวของมัน

ขากรรไกรของปลากระดูกแข็ง
ขากรรไกรที่ยืดหดได้ของปลากระดูกแข็งหลายชนิด ความซับซ้อนของขากรรไกรก็มีมากกว่าในปลากระดูกอ่อน วิธีการกินอาหารของปลาแต่ละชนิดจะเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาของขากรรไกรนี้ กระดูกขากรรไกรจะเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นเมื่อเกิดวิวัฒนาการในปลาชนิดนั้น แมกซิลลาหรือกระดูกขากรรไกรบนจะเป็นอิสระมากขึ้นจากกระดูกแก้ม แมนดิเบิลหรือกระดูกขากรรไกรล่างก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น การยึดติดของกล้ามเนื้อแอดดัคเตอร์ก็มีมากขึ้น นอกจากนี้ที่รอบๆ ขากรรไกรยังมีชิ้นส่วนของกระดูกเพิ่มมากขึ้นด้วย

ขากรรไกรของปลากระดูกแข็งพวกแรกที่ใช้เป็นหลักในการกัดกินอาหารคือ กระดูกขากรรไกรบนและล่าง และเมื่อเติบโตขึ้นก็จะมีกระดูกพรีแมกซิลลา ยื่นออกไปทางด้านหน้าของกระดูกแมกซิลลา และวิวัฒนาการมาเป็นขากรรไกรที่ยืดหดได้ ทำให้การกินอาหารแบบซัคชันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และปากก็มีปริมาตรเพิ่มขึ้นด้วย

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ