กล้วยหักมุก

By -

ชื่อสามัญ Silver Bluggoe
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa sapientum Linn, Musa (ABB group)
ชื่อวงศ์ Musaceae
ชื่ออื่นๆ กล้วยฮากมุก, กล้วยใต้, กล้วยนาก, กล้วยมณีอ่อง, กล้วยส้มกล้วยหักมุก

กล้วยหักมุก มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยมักเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างกล้วยป่าและกล้วยตานี ปัจจุบันเริ่มหากล้วยชนิดนี้ได้ยากแล้ว กล้วยหักมุกพันธุ์ดั้งเดิมจะมีเปลือกสีเขียว เมื่อสุกจะให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย แต่ที่รู้จักกันดีในขณะนี้ก็เป็นกล้วยหักมุกนวลและหักมุกทอง ที่มีปริมาณแป้งในเนื้อมาก รวมทั้งมีรสหวานและให้กลิ่นหอม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
กล้วยหักมุก มีกาบด้านนอกของลำต้นเป็นจุดประสีดำเล็กน้อย ส่วนกาบภายในมีสีเขียวอ่อน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 15 ซม. และมีความสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปขอบขนานขนาดใหญ่ ปลายและโคนใบมน ใบมีสีเขียว ขอบใบเรียบ ด้านล่างใบมีนวลสีขาวปกคลุม ร่องก้านใบค่อนข้างแคบและมีครีบ ก้านใบสีอ่อนกว่าแผ่นใบ

ดอก
ออกเป็นช่อไม่มีขน ลักษณะของปลีค่อนข้างกลมป้อมและม้วนงอขึ้นมา ด้านบนมีนวลปกคลุมหนา ส่วนด้านล่างมีสีแดงเข้ม

ผล กล้วยหักมุก1
มีขนาดใหญ่ เปลือกผลหนาเป็นเหลี่ยม ปลายผลลีบเล็กลง ก้านผลยาว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล และมีนวลปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น เนื้อภายในผลมีสีส้ม กลิ่นหอม กล้วยหักมุกในเครือหนึ่งๆ จะมีอยู่ประมาณ 7 หวี และในแต่ละหวีจะมีผลอยู่ประมาณ 10-16 ผล กล้วยชนิดนี้หากนำไปปิ้งไฟจะทำให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการแยกหน่อ กล้วยหักมุกสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดอนที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ใช้ขนาดหลุมปลูกที่มีความกว้าง ยาว และลึกที่เหมาะสมประมาณ 30x30x30 ซม. จากนั้นให้วางหน่อที่จะปลูกบริเวณกลางหลุม ใช้ดินกลบให้แน่น รดน้ำพอชุ่ม เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 1 เดือน ให้บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 46-0-0 ต่อมาในทุกๆ 3 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 สลับกับปุ๋ยอินทรีย์ และคอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ กล้วยหักมุกก็จะให้ผลผลิตตามที่ต้องการได้

การใช้ประโยชน์
ลำต้น-ใช้เป็นอาหารสัตว์
ใบ-ใช้เป็นใบตองห่ออาหารและขนม หรือใช้ทำเกี่ยวกับงานฝีมือต่างๆ
ปลี-ใช้ปรุงเป็นอาหารประเภทแกง หรือลวกจิ้มกับน้ำพริกแทนผักสด
ผล-ใช้รับประทานผลสุกเป็นผลไม้ หรือนำไปแปรรูปด้วยการปิ้ง เชื่อม ทอด หรือฉาบ ทำให้มีกลิ่นและรสชาติชวนรับประทานยิ่งขึ้น และยังสามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานานๆ

สรรพคุณทางยา
สารแทนนินในกล้วยหักมุก มีฤทธิ์ฝาดสมาน ที่ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยฆ่าและยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ป้องกันไม่ให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยสมานและรักษาแผล ทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่น

นอกจากนี้ ในกล้วยหักมุกยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล เส้นใย ไขมัน โปรตีน วิตามินบี1, บี2, บี3, บี5, บี6, บี9 โคลีน วิตามินซี เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี และฟลูออไรด์