กะพังโหม

By -

กะพังโหมหรือกระพังโหมเป็นพืชในวงศ์ Asclepiadaceae มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Oxystelma secamone (L.) Karst. มีชื่อพ้องหลายชื่อ ได้แก่ Oxystelma esculentum (L.f.) Smith, Periploca secamone L. และ Sarcostemma esculentum (L.f.) Holm บางถิ่นเรียกเครือไส้ปลาไหล (มหาสารคาม) จมูกปลาหลด ตะหมูกปลาไหล (ลพบุรี) ผักไหม(เชียงใหม่) ก็มี พบได้ทุกภาคของประเทศ ขึ้นตามที่ลุ่มน้ำขังกะพังโหม

ต้นกระพังโหมเป็นไม้เถาขนาดเล็ก ไม่มีกลิ่น ขึ้นพาดพันต้นไม้อื่นในที่ดินทรายและดินเหนียว ยอดอ่อนมีขนเล็กน้อย แต่จะค่อนข้างเกลี้ยงเมื่อแก่ มียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้ามกัน รูปยาวแคบ ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ ผิวใบนวล เรียบ ดอกออกที่ซอกใบ เป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น กลีบเลี้ยงมี ๕ กลีบ กลีบดอกโคนติดกันปลายแยกเป็น ๕ กลีบ ริมขอบกลีบมีขน ด้านนอกของกลีบดอกมีสีขาวอมชมพู ด้านในสีเดียวกัน แต่มีเส้นสีม่วงเข้มอยู่ตอนโคนกลีบที่ติดกัน เกสรตัวผู้มีอับเรณูติดกันจำนวน ๕ คู่ ฝังอยู่ รังไข่มี ๒ ส่วน ปลายติดกัน ผลรูปไข่ ปลายโค้งเรียว เปลือกนิ่ม แก่แล้วแตกด้านเดียว มีเมล็ดมาก ปลายเมล็ดมีขนติดอยู่เป็นกระจุก ช่วยให้กระจายพันธุ์ไปได้ไกลๆ

ใบและดอกกระพังโหมกินได้ ในอินเดียใช้ดอก ใบ และผลเป็นอาหารได้ในยามขาดแคลน นอกจากนั้น รากและใบยังใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย

โบราณใช้กระพังโหมเข้ายาหลายชนิด ใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ไข้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นต้น

รากและใบมีรสขม ทำเป็นยาต้มเอาน้ำอมกลั้วคอ แก้เจ็บคอและเจ็บในปาก แก้ไข้จับสั่น รากสดแก้ดีซ่าน

ในอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ใช้ดอก ใบ และผล ต้มเอาน้ำกลั้วคอชะล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรค

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์