การขยายพันธุ์ดอกมะลิ

By -

ดอกไม้กลิ่นหอมสีขาวที่ในประเทศไทยแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก เห็นจะเป็นดอกอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ดอกมะลิ” ดอกไม้ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำวันแม่ ซึ่งในแต่ละปี เราก็มักจะซื้อหา ดอกมะลิให้แม่ เพื่อแสดงถึงความรักที่ลูก ๆ มีต่อท่าน

นอกจากนั้นแล้วในทางพุทธศาสนาตั้งแต่อดีต ชาวพุทธมักจะร้อยมาลัยดอกมะลิถวายพระเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นับถือ

ด้วยกลิ่นที่หอมเป็นพิเศษของดอกมะลิ จึงมักจะถูกนำกลิ่นไปทำประโยชน์อีกมากมาย เช่น น้ำหอม ,กลิ่นผสมอาหาร เป็นต้น

การขยายพันธุ์ดอกมะลิ

การขยายพันธุ์ดอกมะลิ

วิธีที่ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การปักชำ ซึ่งทำได้โดยการนำเอากิ่งของมะลิที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไปมาตัดให้มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ และควรตัดกิ่งให้ชิดข้อ เหลือใบบนสุด 1 คู่ โดยตัดใบเหลือครึ่งใบ

วัสดุเพาะชำที่ใช้คือ ขี้เถ้าแกลบผสมทราย อัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อเตรียมเสร็จแล้วให้ปักชำเรียงเป็นแถวแต่ละแถวห่างกัน 2 นิ้ว ระยะระหว่างกิ่ง 2 นิ้ว แล้วหมั่นรดน้ำบ่อย ๆ เพื่อให้มีความชื้นตลอดเวลา

แปลงปักชำไม่ควรอยู่กลางแดด และถ้าเป็นไปได้ให้ฉีดพ่นยากันรา เช่น แคปแทน ลงในกระบะขณะปักชำ หลังจากชำแล้วประมาณ 3 อาทิตย์ กิ่งมะลิจะออกรากประมาณ 90% ควรจะเลือกเฉพาะกิ่งที่สมบูรณ์ มีระบบรากดี ไม่มีโรคติดมา ย้ายลงถุงพลาสติกเพื่อรอการปลูกหรือจำหน่ายต่อไป

วิธีการดูแลรักษาต้นมะลิ

ให้ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1 ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ด้วยวิธีการหว่านและรดน้ำตาม นอกจากนี้เกษตรกรยังนิยมใช้ปุ๋ยน้ำเช่น ไบโฟลาน ผสมฉีดไปพร้อมกับยา แต่ไม่นิยมใช้ในฤดูหนาว

ต้นมะลิต้องการน้ำปริมาณปานกลาง การรดน้ำควรวันละครั้งหรือสองวันครั้งขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ปลูก  หากดินยังแฉะๆก็ไม่ต้องรดเพิ่มอีก ให้รอจนดินเริ่มแห้งหมาดๆเสียก่อน และสิ่งสำคัญคือไม่ควรรดให้น้ำขัง เพราจะทำให้ใบเป็นสีเหลือง ต้นไม่เจริญเติบโตและตายได้

ในระยะเริ่มปลูกใหม่ควรรดน้ำทุกวัน โดยรดในตอนเช้า

เมื่อปลูกมะลิได้ประมาณ 1 ปี ต้นมะลิจะเริ่มแตกกิ่งก้านสาขาออกมา เกษตรกรควรทำการตัดแต่งพุ่มต้นให้โปร่งและกระทัดรัด จะช่วยให้มะลิมีทรงพุ่มสวยงาม โรคแมลงน้อยลง ให้ดอกมากขึ้น ซึ่งควรทำเป็นประจำทุกปี

ลักษณะกิ่งต้นมะลิที่ควรตัดคือ กิ่งที่เป็นโรคหรือถูกแมลงทำลาย ,กิ่งที่แห้งตาย ,กิ่งไขว้ล้มเอนไม่เป็นระเบียบ และกิ่งเลื้อย