แหล่งอาศัยและการดำรงชีวิตของปลา

By -

แหล่งน้ำในโลกไม่ว่าจะเป็นน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำทะเล เราก็สามารถที่จะพบปลาได้ แม้จะเป็นในมหาสมุทรที่ลึกจนแสงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึง หรือแม้แต่แหล่งน้ำนั้นจะมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำก็ตาม มนุษย์สามารถสร้างอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากมายด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัฒน์ มีชุดประดาน้ำเพื่อดำลงไปใต้น้ำ หรือลงไปถ่ายรูปและศึกษาปลาที่อยู่ในธรรมชาติใต้น้ำได้อย่างปลอดภัยด้วยเรือดำน้ำ เราได้เข้าใจถึงสีสัน ขนาด ของเพศผู้เพศเมียที่มีความแตกต่างกันจากการศึกษาเหล่านี้ ซึ่งเดิมเราเคยคิดว่ามันเป็นปลาคนละชนิดกัน เราสามารถรู้ว่ามีปลาน้ำจืดอยู่ในโลกประมาณ 41% แม้น้ำจืดจะมีปริมาตรเพียง 1%ของพื้นผิวโลก จากการสำรวจแหล่งที่อยู่อาศัยและจำนวนชนิดของปลานี้ วิวัฒนาการของปลาน้ำจืดเกิดขึ้นได้ก็เนื่องจาก น้ำจืดมักจะเป็นแหล่งน้ำเล็กๆ มีกระจัดกระจายทั่วไป ปลาแต่ละชนิดมีอิสระในการอยู่อาศัยและแยกตัวจากกัน แต่ปลาบางชนิด ที่เรียกว่า ปลาสองน้ำ เช่น ปลาแซลมอน ปลาแบส ปลาตูหนา เป็นปลาชนิดที่สามารถปรับตัวให้อยู่ได้ทั้งในสภาพน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำทะเล ชาวไทยจะเรียกปลาตูหนาว่า ปลาไหลทะเล แต่ชาวต่างชาติจะเรียกว่า freshwater eel ปลาชนิดนี้สืบพันธุ์และวางไข่ในทะเล แต่จะว่ายน้ำเข้ามาใช้ชีวิตในน้ำจืดเมื่อโตขึ้น

ในโลกจะมีส่วนที่เป็นน้ำทะเลอยู่ประมาณ 97% เป็นน้ำจืด 1% ส่วนอีก 2%ก็จะเป็นธารน้ำแข็งและไอน้ำในอากาศ แหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นแหล่งเปิด แตกต่างกันในด้านความกดดัน ความแห้งแล้ง และความอุดมสมบูรณ์ เนื้อที่ส่วนใหญ่ในมหาสมุทรเกือบ 98% จะมีความลึกต่ำกว่า 100 เมตร แม้จะมีความลึกโดยเฉลี่ยประมาณ 4,000 เมตรก็ตาม และแสงก็สามารถส่องลงไปได้ลึกที่สุดในระดับความลึกที่ต่ำกว่า 100 เมตรนี้ จึงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช ในระดับที่ลึกกว่า 1,000 เมตรลงไปแสงที่สามารถส่องลงไปถึงได้ก็มีแต่แสงสีม่วงเท่านั้น แต่ก็ยังพบปลาถึง 12 ชนิดที่อาศัยอยู่ในความลึกระดับนี้ จะพบปลาที่หากินในบริเวณนี้ประมาณ 2%เท่านั้นในแหล่งทะเลเปิด แต่จะพบปริมาณปลามากถึงเกือบ 44% ของปริมาณปลาทั้งหมดในแหล่งน้ำบริเวณที่ราบตามไหล่ทวีป ลาดทวีป และใกล้ชายฝั่งเพราะบริเวณนี้มีอาหารและแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่ปลาจำนวนมากที่จับได้จากทั่วโลกจะหากินอยู่ตามชายฝั่งในเขตอบอุ่น และที่จับได้เป็นส่วนน้อยมักเป็นปลาที่หากินอยู่ตามแนวปะการัง

การดัดแปลงรูปร่างและการลอยตัวในน้ำของปลา
ปลาจะมีรูปร่างพื้นฐานแบบง่ายๆ เป็นแบบสมมาตร ซ้าย-ขวา(bilateral symmetry) ปลาที่เปลี่ยนรูปร่างเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมมีบางชนิดเท่านั้น เช่น ปลาลิ้นหมา ปลาลิ้นควาย เป็นต้น แต่ก็ยังคงเห็นการเริ่มต้นแบบสมมาตรซ้าย-ขวาในช่วงแรกของการพัฒนาตัวอ่อน ในระยะต่อมาถึงจะมีพัฒนาการขึ้นทีละน้อย เพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยได้

เนื่องจากความหนาแน่นของน้ำที่ล้อมรอบตัวปลาอยู่นั้นมีมากกว่าอากาศถึงเกือบ 800 เท่า การดำรงชีพอยู่จึงเป็นเรื่องง่ายแก่ปลา ปลาที่มีกระดูกและกล้ามเนื้อจากการแทรกของไขมันและก๊าซที่หนัก จะมีความสามารถในการลอยตัวเป็นพิเศษ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การมีรูปร่างที่เพรียว หัวท้ายแหลม จะช่วยประสิทธิภาพในการว่ายน้ำของปลาให้เร็วยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้น สัตว์น้ำอื่นๆ ที่มีรูปร่างหัวแหลมท้ายแหลมเราจึงมักเรียกว่า ปลา เช่น ปลาโลมา ปลาวาฬ เป็นต้น

การดัดแปลงรูปร่างของปลาจะมีประโยชน์ต่อการหาอาหาร กินอาหาร และการอยู่อาศัยของปลา ทั่วทุกหนแห่งในโลกไม่ว่าจะเป็นในทะเลสาบ บนภูเขาที่มีความสูงถึง 4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในทะเลที่มีความลึกถึง 8,300 เมตร ตามแหล่งน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ในแถบขั้วโลกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ก็ยังสามารถพบปลาได้ แต่ปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึกจะมีรูปร่างที่แตกต่างไปจากปลาทั่วไป มีปลาหลายชนิดที่สามารถสร้างอวัยวะเรืองแสงเพื่อส่องทางและล่อเหยื่อ แสงจากดวงอาทิตย์จึงแทบจะไม่มีความหมายต่อปลาเหล่านี้เลย อากาศที่หนาวเย็นก็จะทำให้การละลายของออกซิเจนในน้ำมีมากกว่าในแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิสูงหรือที่มีโคลนผสมอยู่ จึงเป็นผลดีต่อการดำรงชีวิตของปลาอีกแง่หนึ่ง และความเค็มของน้ำทะเลก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของปลาเช่นกัน

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ