การปลูกกล้วยหอมทอง

By -

ชื่อสามัญ Gros Michel
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa acuminata
ชื่อวงศ์ Musaceae
ชื่ออื่นๆ กล้วยหอมกล้วยหอมทอง

กล้วยหอมทอง เป็นสายพันธุ์ที่มาจากกล้วยป่า มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมาก็ได้มีการกระจายพันธุ์ไปสู่ละตินอเมริกา ในประเทศไทยสามารถพบกล้วยชนิดนี้ได้ทางภาคกลางและภาคใต้ ได้แก่ที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ เพชรบุรี และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ปัจจุบันมีการปลูกเป็นการค้ากันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี ผลสวยงาม และมีกลิ่นหอม เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ราคาค่อนข้างแพง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ความสูงของลำต้นมีประมาณ 2.5-3.5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นจะมีมากกว่า 15 ซม. ขึ้นไป ลำต้นภายนอกจะมีกาบเป็นรอยประสีดำเล็กน้อย ส่วนภายในจะเป็นสีเขียว

ใบ
ลักษณะใบยาว มีเส้นกลางใบเป็นสีเขียว มีร่องก้านใบกว้าง

ปลี หรือดอก
มีก้านช่อดอกที่ยาวและมีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ มีใบประดับรูปไข่ค่อนข้างยาว ด้านบนเป็นสีม่วงอมเทา บริเวณโคนมีสีซีดลง ส่วนปลายเป็นสีแดงอมส้ม ใบประดับส่วนปลายจะมีลักษณะแหลมและม้วนขึ้น

ผล
มีลักษณะเป็นเครือยาวแยกออกเป็นหวีๆ ในเครือหนึ่งจะมีอยู่ประมาณ 4-6 หวี และในหวีหนึ่งๆ จะมีผลอยู่ประมาณ 12-16 ผล เปลือกผลหนา เมื่อยังอ่อนอยู่จะมีเปลือกสีเขียว และจะกลายเป็นสีเหลืองทองเมื่อสุก ภายในผลจะมีเนื้อที่ละเอียดเป็นสีครีม สีเหลือง หรือสีส้มอ่อนๆ มีกลิ่นหอม รสหวาน ไม่มีเมล็ด ความกว้างของผลมีประมาณ 3-4 ซม. ยาวประมาณ 18-25 ซม.

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการแยกหน่อ ควรเลือกหน่อพันธุ์ที่อ่อน ใบแคบหรือหน่อดาบ มีใบติดอยู่ประมาณ 3-4 ใบ หน่อมักเกิดขึ้นที่โคนต้นเดิมและมีความสมบูรณ์ จากนั้นให้ตัดรากหน่อพันธุ์กล้วยที่ได้ให้เหลือแค่ 1 นิ้ว

การเตรียมดิน
ให้ขุดไถพรวนดินให้ละเอียดแล้วตากทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช ปรับพื้นที่ปลูกให้เสมอกัน หากมีวัชพืชขึ้นมาอีกก็ให้ไถพรวนซ้ำอีกครั้ง ควรปลูกกล้วยหอมทองในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน หรือถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอก็สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

การปลูก
-ขุดหลุมปลูกให้มีความกว้างประมาณ 30 ซม. ยาวประมาณ 30 ซม. ลึกประมาณ 30 ซม. โดยเว้นระยะห่างของการปลูกในแต่ละต้นประมาณ 3 เมตร
-วางหน่อลงปลูกกลางหลุม ใส่ดินลงไปประมาณครึ่งหลุมแล้วกลบให้แน่น เพื่อป้องกันการโยกของต้นกล้วย ส่วนดินที่เหลือให้ใส่จนเต็มหลุมโดยไม่ต้องกดให้แน่นมากนัก แล้วคลุมบริเวณโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นด้วยเศษพืช
-ในช่วงที่ปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำแค่พอชุ่ม เมื่อตั้งตัวและติดปลีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำทุกวัน
-ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักควบคู่กันไปตามสภาพความสมบูรณ์ของดิน ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีก็ให้ใช้สูตร 21-0-0 สูตร 15-15-15 หรือสูตร 13-13-21 ในอัตราไร่ละ 50 กก. โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง
-ควรกำจัดวัชพืชในแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้วยมีเครือและผลที่มีคุณภาพ
-เมื่อต้นกล้วยเริ่มมีหน่อใหม่ขึ้นมาประมาณ 4-7 หน่อ และใบเริ่มคลี่แล้ว ควรปาดยอดออกในแนวเฉียง โดยให้เหลือความสูงไว้ประมาณ 20 นิ้ว แล้วปาดแบบเดิมอีกครั้งในทิศตรงกันข้าม ให้ทำ 15 วัน/ครั้ง จะทำให้ได้หน่อพันธุ์ใหม่ที่สมบูรณ์เพิ่มขึ้น
-ขณะที่ทำการตัดแต่งหน่อก็ให้ตัดแต่งใบกล้วยไปด้วย โดยให้เหลือไว้กับต้นประมาณ 10-20 ใบ ใช้มีดที่คมตัดให้ชิดกับลำต้นไม่ให้เหลือก้าน ให้ทำต่อไปจนกว่ากล้วยจะตกเครือ

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
กล้วยจะเริ่มแทงปลีออกมาหลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 10 เดือน การดูแลรักษาที่ดีจะทำให้ออกปลีได้เร็วและให้ผลที่สมบูรณ์ ควรตัดปลีสุดท้ายที่ไม่สมบูรณ์ออก เพื่อให้ผลกล้วยที่เหลือได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ หลังจากตัดปลีไปประมาณ 3-4 เดือน กล้วยหวีสุดท้ายจะเริ่มมีสีจางลง ผลเริ่มกลม แสดงว่ากล้วยมีความแก่พอดี ให้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
ผลสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้ มีรสหวาน หอม อร่อย มีวิตามินและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย อาจนำไปแปรรูป ใช้ประกอบในการปรุงอาหารต่างๆ หรือปลูกขายเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้