การปลูกต้นหมาก

By -

ชื่อสามัญ Areca nut, Areca nut palm, Areca palm, Betel nut palm, Betel nuts
ชื่อวิทยาศาสตร์ Areca catechu Linn.
ชื่อวงศ์ ARECACEAE
ชื่อวงศ์เดิม PALMAE หรือ PALMACEAE
ชื่ออื่นๆ หมากเมีย มะ เค็ด สะลา พลา ปีแน สีซะ หมากสง แซ เซียด ปิงน๊อ ปิงหลางต้นหมาก

หมาก เป็นไม้ยืนต้นที่จัดอยู่ในวงศ์ของปาล์ม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตรขึ้นไป คนไทยในอดีตจะนิยมกินหมาก จึงนับได้ว่าหมากมีความสำคัญและอยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน แม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยกินหมากกันแล้ว แต่ตลาดต่างประเทศกลับมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ทั้งในรูปของหมากสด หมากแห้ง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย และทำเป็นยารักษาโรค

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
หมากเป็นพืชที่มีลำต้นเดี่ยว ไม่แตกกิ่งก้าน ลักษณะลำต้นตรง เป็นรูปทรงกระบอก มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 8-12 ซม. เปลือกต้นมีสีน้ำตาล ลำต้นส่วนบนใกล้ปลายยอดมีสีเขียวเข้ม มีข้อปล้องทั่วทั้งลำต้น เนื้อไม้มีลักษณะเป็นเสี้ยนยาว ลึกเข้าไปจากเปลือกนอกประมาณ 2 ซม. เนื้อไม้จะจับตัวกันแน่น แต่ส่วนกลางลำต้นจะมีเนื้อไม้ที่อ่อนนุ่มจึงทำให้เอนไปตามแรงลมได้มาก

ใบ
ใบหมากมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงกันที่ปลายยอด ก้านใบยาวประมาณ 130-200 ซม. ในแต่ละก้านจะประกอบไปด้วยใบย่อยรูปหอก โคนใบเรียวแคบ ปลายแหลม มีความกว้างประมาณ 2.5-6 ซม. ยาวประมาณ 50-70 ซม. แผ่นใบหนาและเรียบ มีกาบใบหุ้มลำต้นเอาไว้

ดอก
ดอกหรือที่เรียกว่า จั่น จะออกเป็นช่อขนาดใหญ่ตามซอกโคนก้านใบ มีความยาวประมาณ 40 ซม. กลีบดอกมีสีขาวอมเหลืองจำนวน 6 กลีบ มีความยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน โดยที่ดอกตัวผู้จะบานก่อนดอกตัวเมีย

ผลหมาก
ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม รูปไข่ รูปกลมรี รูปไข่ปลายแหลม หรือรูปกระสวย มีขนาดเล็ก จะออกรวมกันเป็นทะลาย ในทะลายหนึ่งจะมีผลอยู่ประมาณ 10-150 ผล ขนาดผลกว้างประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 7 ซม. ผิวผลเรียบ บริเวณขั้วผลจะมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลสดที่ยังอ่อนอยู่จะมีเปลือกสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองอมส้ม หรือสีแดงอมส้ม ภายในผลจะมีเส้นใยที่หนาและเหนียวหุ้มเมล็ดอยู่

เมล็ด
ภายในผลหนึ่งจะมีเมล็ดอยู่เพียงเมล็ดเดียว เมื่อยังอ่อนเมล็ดจะนิ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีลายเส้นบนเมล็ดชัดเจน เมื่อแก่เมล็ดจะมีสีน้ำตาลเข้ม มักให้ผลในช่วงเดือนพฤษภาคม

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

หมาก จะเจริญเติบโตได้ดี ในดินที่มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี เป็นพื้นที่โปร่งที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 200-1,500 เมตร อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเพาะปลูกจะอยู่ที่ 25-35 องศาเซลเซียส ชอบอากาศอบอุ่นและร้อนชื้น ต้องการแสงแดดมาก ต้องการน้ำอย่างเพียงพอในปริมาณ 1,300-1,500 มิลลิเมตรต่อปี

การเพาะเมล็ด
เพื่อให้สะดวกในการขนย้ายจึงควรเพาะชำต้นกล้าในถุงพลาสติก วัสดุที่ใช้ในการเพาะควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินที่ผสมกับขี้เถ้าแกลบ วางผลหมากในถุงเพาะโดยให้ขั้วผลอยู่ด้านบน กลบให้มิด รดน้ำพอชุ่มในทุกๆ วัน หน่อต้นอ่อนจะงอกออกมาหลังจากที่เพาะไปได้ประมาณ 2 เดือน ให้ทำการย้ายปลูกได้

ควรปลูกหมากในช่วงต้นของฤดูฝน สำหรับแปลงที่ใช้ปลูกควรมีการไถพรวนดินเสียก่อนประมาณ 1-2 ครั้ง เก็บทำลายวัชพืชให้หมด ใช้ระยะปลูกที่ 2×2 เมตร ควรมีการยกร่องทำทางระบายน้ำให้ด้วยถ้าพื้นที่ปลูกอาจมีน้ำท่วมขัง ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 ซม. ก่อนปลูกให้ใช้ดินชั้นบนที่ขุดขึ้นมาผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และหินฟอสเฟตรองก้นหลุม นำต้นกล้าลงปลูกในลักษณะตั้งตรง ใช้ดินที่เหลือกลบพอแน่น ปักไม้ข้างหลุมปลูกมัดติดกับต้นเพื่อกันการโยก รดน้ำให้ชุ่ม ในระยะแรกของการปลูกควรมีการพรางแสงให้ด้วยเพื่อป้องกันใบไหม้ และลดการคายน้ำลง ควรใช้ฟางข้าว หรือหญ้าแห้งคลุมโคนเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำในช่วงหน้าแล้ง

ในระยะแรกที่ปลูกควรให้น้ำพอชุ่ม สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เมื่อต้นแข็งแรงแล้วก็ลดเหลือแค่สัปดาห์ละครั้ง ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ในอัตรา 800-5,000 กก./ไร่/ปี ปีละ 1-2 ครั้ง ส่วนปุ๋ยเคมีให้ใช้สูตร 13-13-21, 15-15-15, 16-16-16, หรือสูตร 12-12-17-2 ปีละ 2-3 ครั้ง ในอัตราไร่ละ 200-400 กก./ไร่/ปี ใส่ธาตุโบรอนพวกสารบอร์แร็กให้ด้วยในอัตราต้นละ 20-50 กรัม/ปี

โรคและแมลงศัตรูพืช
โรคที่มักเกิดกับต้นหมากส่วนใหญ่จะเป็นโรคยอดเน่า โรคผลเน่า โรครากและโคนเน่า สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้สารเคมีป้องกันเชื้อราฉีดพ่น เผาทำลายต้นที่เป็นโรค และระวังอย่าให้มีน้ำท่วมขังบริเวณที่ปลูก ส่วนแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่จะเป็นพวกหนอนปลอก เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย ไรแดง และปลวก ควรใช้สารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดตามสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น

การเก็บเกี่ยว
หมากจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่อปลูกไปได้ประมาณ 4-6 ปี และจะให้ต่อไปในปริมาณคงที่จนถึงอายุ 20 ปี หลังจากนั้นผลผลิตก็จะลดลงเรื่อยๆ หลังจากที่ดอกบานไปได้ประมาณ 1.5 เดือน ผลผลิตที่ได้จะเป็นหมากอ่อน เมื่ออายุประมาณ 3-6 เดือน จะได้เป็นหมากสดผลสีเขียว และจะกลายเป็นหมากแก่เมื่อมีอายุได้ประมาณ 7-9 เดือน