การปลูกถั่วเขียว เพื่อผลผลิตที่สูง

By -

ถั่วเขียวเป็นพืชล้มลุกที่โตเร็ว และมีช่วงอายุที่สั้น ทำให้ในแต่ละปีสามารถปลูกได้หลายครั้ง ต้นถั่วเขียวเมื่อโตเต็มที่จะสูงประมาณ 60-70 เซ็นติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาประมาณ 4-6 กิ่ง เกษตรกรสามารถปลูกถั่วเขียวได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากมีความทนทานต่อโรคและสภาพดินฟ้าอากาศในฤดูต่าง ๆ ได้ดี แต่อย่างไรก็ตามหากต้องการผลผลิตในการปลูกที่สูง ควรที่จะต้องทำการปลูกให้ถูกต้องตามวิธีการ

พันธุ์ถั่วเขียวแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ

1. ถั่วเขียวผิวดำ ได้แก่ พันธุ์พิษณุโลก 2 และพันธุ์อู่ทอง 2

2. ถั่วเขียวพันธุ์ผิวมัน ได้แก่ ชัยนาท 60 ,มอ. 1 ,พันธุ์อู่ทอง 1 ,กำแพงแสน 1 เป็นต้น ถั่วเขียวสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของตลาดมากกว่าสายพันธุ์ผิวดำ ที่มีตลาดรองรับน้อย

การเลือกสายพันธุ์ถั่วเขียว
พันธุ์ถั่วเขียวพื้นเมืองมีหลายชนิดมาก แต่ที่ได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการเกษตรให้ปลูกมาก ก็คือ พันธุ์อู่ทอง 1 ที่ให้ผลผลิตในช่วง 180-200 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถปลูกได้ทุกฤดู ฝักเหนียวไม่แตกง่าย ลักษณะเมล็ดจะโตและมีผิวมัน ช่วงอายุอยู่ที่ประมาณ 65-70 วัน มีความทนทานสูง

ฤดูในการปลูกถั่วเขียวที่เหมาะสม

1. ในที่นา ชาวนาสามารถปลูกถั่วเขียวได้ 2 ครั้งต่อปี คือ ก่อนฤดูทำนาและหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว สำหรับก่อนฤดูทำนา ให้ปลูกตั้งแต่ฝนเริ่มตก คือ ช่วงตั้งแต่กลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป ,ส่วนหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว หากดินมีความชุ่มชื้นหรืออุ้มน้ำได้ดีควรจะรีบปลูกทันที ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม แต่ในบางพื้นที่เช่นภาคกลางจะปลูกในช่วงเดือน มกราคม ถึง กุมภาพันธ์

2. ในที่ดอน นิยมปลูก 2 ครั้ง คือต้นฤดูฝน(พ.ค.-มิ.ย.) และปลูกฤดูฝน (ก.ย.-ต.ค.)

สำหรับในภาคเหนือ ควรรอให้ฤดูหนาวผ่านไปก่อนจึงค่อยทำการปลูก เพราะถั่วเขียวเป็นพืชที่ไม่เจริญเติบโตในสภาพอากาศเย็น

การปลูกถั่วเขียว

วิธีการปลูกถั่วเขียว

ดินที่มีสภาพเหมาะกับการปลูกถั่วเขียว คือ ดินร่วนเหนียว หรือดินเหนียว ซึ่งมีค่าพีเอช (PH) อยู่ระหว่าง  6.5-7 ไม่ควรปลูกในดินที่มีน้ำขัง การปลูกจะมี 2แบบ คือ

1. ปลูกแบบหว่าน ควรเตรียมแปลงปลูกให้ดีแล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ให้สม่ำเสมอ มิฉะนั้นผลผลิตจะต่ำ คุณภาพเมล็ดลดลง การหว่านที่เหมาะสมคือใช้เมล็ดพันธุ์ 4-5 กิโลกรัม หว่านอย่างสม่ำเสมอในเนื้อที่ 1 ไร่ (แต่ถ้าใช้พันธุ์ชัยนาท 60 ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 7 กิโลกรัม/ไร่)

2. ปลูกแบบเป็นแถว ใช้ระยะแถว 50 เซนติเมตร ระยะหลุม 20 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 3-4 เมล็ด หรือจะโดยเป็นแถวหลังจากงอกแล้วถอนให้เหลือ 15-20 ตัน/แถวยาว 1 เมตร (แต่ถ้าเป็นพันธุ์ชัยนาท 60 ถอนให้เหลือ 20-30 ต้น/เมตร)

หากต้องการเพิ่มผลผลิต แนะนำว่าก่อนปลูกควรนำเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวไปคลุกกับเชื้อไรโซเบียม ในอัตรา 1 ถึง (200 กรัม) คลุมเมล็ดพันธุ์ 5-7 กิโลกรัม (สำหรับปลูกได้ 1 ไร่) โดยเคล้าเมล็ดถั่วเขียวด้วยน้ำหรือแป้งเปียกใส่ให้ทั่ว เทเชื้อไรโซเบียมลงคลุมกับเมล็ดพันธุ์ให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ แล้วนำไปปลูกทันทีและเมื่อ หยอดเมล็ดแล้วควรกลบดินทันทีเพื่อมิให้เชื้อไรโซเบียมถูกแดดเผาเพราะจะทำให้เชื้อตายได้

การใส่ปุ๋ย

แนะนำให้ใช้ปุ๋ยกระดูกและปุ๋ยผสม  ที่มีธาตุไนโตรเจนต่ำ แต่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง และโปรแตสเซียมปานกลาง  ในกรณีนี้ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ N, P2O8,K2O ในอัตรา 3-9-6 กก. ปุ๋ยดับเบิ้ลซูเปอร์ฟอสเฟต 22.5 กก. และปุ๋ยโปแตสเซี่ยม คลอไรด์ 10 กก. ผสมเข้าด้วยกัน  ให้ปุ๋ยโดยโรยระหว่างแถวแล้วพรวนดินกลบพร้อมกับการพรวนดินดายหญ้าครั้งแรก

การเก็บเกี่ยวถั่วเขียว

เมื่อถั่วเขียวอายุได้ 60 วัน ขึ้นไป  ฝักเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำหรือสีฟางตามแต่ลักษณะของพันธุ์ซึ่งแสดงว่าแก่พอจะเก็บเกี่ยวได้สำหรับถั่วเขียวพันธุ์อู่ทอง 1 ฝัก เกือบทั้งหมดจะแก่และเก็บฝักชุดแรกเมื่อมีอายุ 67-70 วัน  หากทิ้งไว้อีกประมาณ 1 อาทิตย์ ก็จะเก็บฝักครั้งที่ 2 ได้ อีกครั้งหนึ่ง แต่มีจำนวนไม่มากนัก

เมื่อเก็บฝักจากไร่แล้วควรจะตากแดดอีกประมาณ 3-4 แดด  จึงนวดและฟัดเอาเมล็ดออกตากแดดอีกประมาณ 3 แดด  จึงเก็บใส่กระสอบหรือภาชนะ

ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเก็บเมล็ดไว้ให้หมั่นนำเมล็ดมาตากแดดทุก 2 อาทิตย์  เพื่อป้องกันมอดเจาะทำลายเมล็ด