การปลูกถั่วเหลือง

By -

การปลูกถั่วเหลืองในประเทศไทยสามารถปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ที่ทำการปลูก การปลูกในฤดูแล้งจะทำในพื้นที่เขตชลประทานที่มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ส่วนการปลูกในฤดูฝนจะทำในพื้นที่ดอน อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว

การปลูกถั่วเหลือง

การปลูกถั่วเหลืองในฤดูฝน

ภาคเหนือตอนบน เวลาที่เหมาะสมในการเริ่มปลูกคือในช่วงต้นเดือนกรกฏาคม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมจะได้ผลผลิตสูงกว่าช่วงวันปลูกอื่น ๆ

พื้นที่ในการปลูก ควรอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยในพื้นที่อยู่ระหว่าง 15-35 องศาเซลเซียส และมีฝนตกสม่ำเสมอประมาณ 1,000-1,500 มิลลิเมตรต่อปี

ดินที่เหมาะในการปลูกเป็นดินที่มีเนื้อดินร่วน ร่วนเหนียว ร่วนเหนียวปนทรายหรือเหนียว หน้าดินลึก 20-25 เซนติเมตร ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี

ความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.5-7.0 นอกจากนี้ควรเป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม รวมทั้งควรมีเส้นทางคมนาคมสะดวกและห่างไกลจากแหล่งมลพิษ

 

การปลูกถั่วเหลืองในฤดูแล้ง

แหล่งปลูกถั่วเหลืองในฤดูฝนมักเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขาที่มีความลาดเอียงแตกต่างกัน การปลูกถั่วเหลืองในพื้นที่ลาดเอียงจะประสบปัญหาการชะล้างพังทลายของดินสูง ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ตองดินลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวและการปลูกถั่วเหลืองจะได้ผลผลิตลดลงตามไปด้วย
พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่มีเนื้อดินร่วนถึงเหนียวและมีฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในเกณฑ์ต่ำ เช่น แปลงทดสอบในแหล่งปลูกเขตอำเภอภูผาม่านและชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ปี 2543 มีฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในเกณฑ์ต่ำระหว่าง 4.9-8.1 ส่วนในล้านส่วน แต่มีความเป็นกรดเป็นด่างและอินทรียวัตถุพอเหมาะ

วิธีปลูกถั่วเหลือง

หากต้องการให้ได้ผลผลิตที่สูง ควรปลูกเป็นแถว โดยเว้นระยะระหว่างต้นให้เหมาะสม ดังนี้

- ระยะระหว่างแถว 50 ซม.

- ระยะระหว่างหลุม 20 ซม.

ให้ปลูกหลุมละ 3-4 เมล็ด โดยวางเมล็ดพันธุ์ในหลุมที่ลึกประมาณ 3-4 ซม.  จากนั้นกลบดิน

เมื่อต้นถั่วเหลืองงอกได้ประมาณ 7 วัน ต้องถอนบางต้นออกให้เหลือเพียงหลุมละ 2-4 ต้น  หรือระหว่างแถว 50 ซม. แล้วโรยเมล็ดปลูก งอกแล้วถอนให้เหลือ 10-20 ต้น ต่อ 1 เมตร หรือให้ได้จำนวนต้นอยู่ระหว่าง 32,000 ถึง 64,000 ต้น/ไร่  ซึ่งจะใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกประมาณ 5-12 กก. ต่อไร่ การปลูกถั่วเหลืองเป็นแถวเช่นนี้จะทำให้สะดวกต่อการบำรุงรักษา เช่น การพรวนดิน ดายหญ้า  ใส่ปุ๋ยและการพ่นยาป้องกันและกำจัดโรคแมลง  เป็นต้น  สำหรับการปลูกในตอซังนั้น  ก่อนปลูกเอาน้ำเข้าให้ทั่วแปลงก่อนแล้วจึงใช้ไม้ทิ่มตามตอซังทำหลุมปลูก หยอดเมล็ดหลุมละ 3-4 เมล็ด ความชื้นในดินจากการเอาน้ำเข้าก่อนปลูกจะเพียงพอสำหรับถั่วเหลืองงอกโดยไม่ต้องให้น้ำซ้ำอีก

 

 การปฏิบัติ ดูแลรักษา
1. การให้น้ำ ในฤดูแล้งควรให้น้ำประมาณ 5-6 ครั้งตลอดฤดูปลูกโดยให้ครั้งแรกก่อนปลูก ครั้งต่อๆไปใหทุก 10-14 วัน อีก 4-5 ครั้ง แล้วแต่ความชุ่มชื้นของดิน เนื่องจากความสามารถในการอุ้มน้ำของดินแตกต่างกันไป ควรจะสังเกตใบถั่วเหลืองประกอบด้วย เช่น โดยปกติใบถั่วจะเหี่ยวใบตอนบ่าย และจะคืนตัวเป็นปกติในตอนเย็น หากเห็นว่าในตอนเย็นหรือตอนเช้า ใบถั่วยังมีอาการเหี่ยวไม่เป็นปกติ ก็ควรจะให้น้ำได้

การให้น้ำควรให้พอดี ไม่ควรให้น้ำท่วมแปลงถั่วเหลืองเกิน 1-2 วัน ถ้าให้มากเกินไป หรือดินชั้นล่างแฉะ จะสังเกตเห็นใบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก้านใบและเส้นใบจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงให้รีบระบายน้ำออกทันที และลดการให้น้ำครั้งต่อไปให้น้อยลง หรือยืดช่วงเวลาให้น้ำครั้งต่อไปนานกว่าเดิม ควรระวังอย่าให้ขาดน้ำในช่วงที่ออกดอกและติดฝัก หยุดให้น้ำเมื่อฝักเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลือง

2. การพรวนดินและดายหญ้า ควรทำอย่างน้อย 2 ครั้ง ในระยะที่ต้นถั่วอายุไม่เกิน 30 วัน หลังจากนี้แล้วถั่วจะเริ่มออกดอก การพรวนดินจะกระเทือนระบบรากและอาจทำให้ดอกร่วงได้ และในระยะที่ถั่วออกดอก ต้นถั่วจะแผ่กิ่งก้านมากพอที่จะปกคลุมดิน ป้องกันวัชพืชเจริญเติบโตได้

ปัญหาที่พบมากในการปลูกถั่วเหลืองฤดูแล้งในนาข้าวคือ วัชพืช โดยเฉพาะหญ้าและลูกข้าวจะงอกขึ้นมาเมื่อ ได้รับน้ำ จึงควรกำจัดพืชอย่างน้อย 2 ครั้ง ตามความจำเป็น หากอายุเกิน 30 วันแล้วไมควรทำอีก
การดูแลแปลงปลูกถั่วเหลืองในระยะ 1 เดือนแรก ให้ปลอดจากวัชพืชรบกวนได้ นับว่าสำคัญที่สุดในการเพิ่มผลผลิต ถั่วเหลือง

3. การบำรุงดิน ในดินที่อุดมสมบูรณ์แล้ว เมื่อใส่ปุ๋ยไนโตรเจนลงไปอาจทำให้ถั่วเหลืองเฝือใบได้ และเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตโดยไม่จำเป็นแต่ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีช่วย และควรให้ปุ๋ยถูกต้องกับความต้องการของถั่วเหลืองด้วย

ในดินที่ได้ทำการเกษตรกรรมมานาน ปริมาณธาตุอาหารในดินย่อมลดน้อยลง โดยเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ส่วนโปแตสเซียมพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีปริมาณเพียงพอ แต่ถ้าดินขาดธาตุโปแตสเซียมแล้วถั่วเหลืองจะมีอาการตอบสนองต่อปุ๋ยได้ง่าย โดยเฉพาะในดินทรายถึงร่วนปนทรายพบว่าในดินที่ขาดธาตุโปแตสเซียม ถ้ามีการให้ปุ๋ยโปแตสเซียมช่วยแล้ว จะให้ผลดียิ่งขึ้น ผลผลิตจะเพิ่มและเปอร์เซนต์น้ำมันในเมล็ดจะเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้ว ปฏิกิริยาความเป็นกรดหรือเป็นด่างของดินก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อ ความเจริญเติบโตของถั่วเหลืองและ ประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ย ถั่วเหลืองจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความ เป็นกรดและด่างของดินประมาณ 5.5-6.5

สำหรับดินปนทรายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงหรือต่ำไม่ช่วยให้เพิ่มผลผลิตสูงได้ เนื่องจากการสูญเสียไนโตรเจนไปอย่างรวดเร็ว แต่การใช้เชื้อไรโซเบี่ยมคลุกเมล็ดก่อนปลูกจะมีผลดีกว่าการ ใช้ปุ๋ยไนโตรเจน

ต้นถั่วเหลือง

การป้องกันและกำจัดศัตรูของถั่วเหลือง

โรค โรคที่สำคัญที่ระบาดและทำความเสียหายแก่ถั่วเหลือง ในปัจจุบัน คือ โรคราสนิม ซึ่งระบาดเมื่อถั่งเหลืองเริ่มติดฝัก  จะมีลักษณะเป็นจุดกลมเล็ก ๆ สีน้ำตาลคล้ายสนิมที่ใบ  และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดใบจะร่วงหมด  ฝักและเมล็ดจะลีบและเก็บผลผลิตไม่ได้เลย  การป้องกัน โดยใช้พันธุ์ต้านทาน  คือ พันธุ์ สจ.5  การใช้ยาป้องกันและรักษานั้น  เป็นการสิ้นเปลืองมาก เนื่องจากยามีราคาแพง

แมลง ระยะถั่วเหลืองเริ่มงอกประมาณ 7-10 วัน  จะมีแมลงวันเจาะโคนต้นระบาด ต้องพ่นยาจำพวกไดเมทโธเอท(ชื่อการค้ามีหลายอย่าง เช่น ไลเม่ ไซกอน เป็นต้น) ป้องกันไว้ก่อนโดยใช้ 2 ช้อนแกง (30 ซีซี) ต่อน้ำ 1 ปีบ (20 ลิตร) เพราะถ้าแมลงดังกล่าวเจาะที่โคนต้นอ่อนแล้วจะไม่มีทางป้องกันกำจัดได้เลย  อีกระยะหนึ่ง  คือระยะถั่วเหลืองกำลังออกดอก และเริ่มติดฝักจะมีแมลง พวกหนอนผีเสื้อกัดกินใบ หนอนม้วนใบ และหนอนเจาะฝักหรือดูดฝักทำลายถั่วเหลือง  ซึ่งถ้าพบว่ามีหนอนพวกนี้ระบาดควรพ่นยาป้องกัน  และกำจัด เช่น อโซดริน ฟอสดริน เป็นต้น โดยใช้ยา 2 ช้อนแกง(30 ซีซี) ต่อน้ำ 1 ปีบ (20 ลิตร) พ่น 7-10 วันต่อครั้ง

การเก็บเกี่ยว

ถั่วเหลืองมีอายุตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน ระยะเวลาที่ถั่วเหลืองแก่เก็บเกี่ยวได้จะสังเกตได้จาก  ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นไปเป็นส่วนมาก  ฝักเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล  การเก็บเกี่ยวอาจใช้มีดหรือเคียวเกี่ยวทั้งต้น  และนำมาตากให้แห้ง  ประมาณ 2-3 แดด แล้วนำมานวด  โดยนำมากองแล้วใช้ไม้ฟาดหรือใช้แทรกเตอร์แล่นทับ  หรือใช้เครื่องนวดติดเครื่องยนต์ก็ได้ เสร็จแล้ว จึงนำมาร่อนหรือฝัดเอาแต่เมล็ดที่สะอาด เมล็ดถั่วที่จะใช้ทำพันธุ์จะต้องนำไปตากให้แห้งสนิท  ข้อควรระวังคือ  เวลาเก็บเกี่ยวไม่ควรให้ถั่วเหลืองถูกฝน  เพราะจะทำให้เมล็ดบวม เน่า เสียหาย และความงอกจะลดน้อยลงด้วย  การเก็บรักษาเมล็ดถั่วเหลืองไว้ทำพันธุ์นั้น  วิธีเก็บที่ให้มีความงอกสูงได้นาน 10 เดือน  คือตากเมล็ดให้แห้งสนิทและเก็บไว้ในห้องเย็น  แต่สำหรับกสิกรทั่วไป  วิธีที่เหมาะสม คือ เก็บเมล็ดที่แห้งไว้ในภาชนะที่ปิดฝาได้สนิท เช่น ปีบสังกะสีหรือพลาสติก มัดปากถุงให้แน่นและเก็บไว้ในห้องที่ไม่ชื้นจะเก็บไว้ได้นานประมาณ 5 เดือน  โดยที่มีความงอกมากกว่า 70 % สามารถนำไปใช้ปลูกได้