ประโยชน์จากการปลูกถั่วแปบ

By -

ชื่อสามัญ Hyacinth bean, Dolichos bean, Seim bean, Lablab bean, Egyptian kidney bean, Indian bean, และ Australian pea
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lablab purpureus (L.) Sweet
ชื่อวงศ์ FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE ถั่วแปบ
ชื่ออื่นๆ ถั่วหนัง, หมากแปบ, มะแปบ, ถั่วแปบน้อย, แปบปลาซิว, ถั่วแปะยี, กวาวน้ำ, ถั่วแล้ง, มะแปน, ถั่วแปยี, ถั่วมะเปกี

ถั่วแปบ เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ของถั่วที่มีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปจะเป็นชนิดที่มีฝักสีเขียวเข้ม และชนิดที่มีฝักเป็นสีเขียวอ่อนจนเกือบขาว พบมีการกระจายพันธุ์มาจากประเทศอินเดียไปสู่ในแถบเขตร้อนหรือร้อนชื้นของทวีปเอเชีย ในประเทศไทยสามารถพบได้ทางภาคเหนือ และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นเถากลมอวบน้ำ สีเขียว มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ประปราย สามารถพาดพันไปได้สูงประมาณ 2.3 เมตร

ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยรูปทรงไข่ 3 ใบ ออกเรียงสลับกัน โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวมีบนบางๆ ปกคลุม ขอบใบเรียบ มีความกว้างประมาณ 4-6 ซม. ยาวประมาณ 5-12 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 5 นิ้ว

ดอก
มีลักษณะเหมือนดอกถั่วทั่วไป ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ มีช่อดอกยาวประมาณ 5-10 ซม. ในแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยสีม่วงหรือสีขาวขนาดเล็กจำนวนมาก มีกลีบดอกย่อยคล้ายรูปไตจำนวน 3 กลีบ มีกลีบรองดอกคล้ายรูประฆัง มีเกสรตัวผู้ 3 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน ดอกไม่มีกลิ่นหอม

ผล
มีลักษณะเป็นฝักแบนหรือกลม เป็นฝักยาวโค้งงอ ผิวฝักเรียบ สันฝักนูนและขรุขระ ปลายฝักเป็นติ่งแหลม มีความยาวของฝักประมาณ 2 นิ้ว สีของฝักขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์

เมล็ด
ภายในฝักจะมีเมล็ดรูปไข่หรือค่อนข้างกลมอยู่ประมาณ 3-6 เมล็ด สีของเมล็ดมีทั้งที่เป็นสีครีม สีขาวอมเหลือง สีน้ำตาลอ่อน สีแดง หรือมีลาย ซึ่งมีความหลากหลายกันไปตามสายพันธุ์

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการใช้เมล็ด ถั่วแปบสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดแบบจัดๆ

การปลูก
หากต้องการปลูกเพื่อเป็นการบำรุงดิน ต้องใช้ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 50 ซม. ระหว่างต้นประมาณ 12.5 ซม. โดยในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10 กก. หรือ 25,000 ต้น/ไร่ ฤดูปลูกที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตทางลำต้น และจะติดดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม แต่ถ้าปลูกเพื่อต้องการเมล็ดพันธุ์ ก็ควรปลูกในช่วงกลางเดือนตุลาคม เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้เต็มที่และเป็นการลดจำนวนวัชพืชไปในตัวด้วย ให้ปุ๋ยฟอสฟอรัสประมาณไร่ละ 10 กก.

พืชที่สามารถปลูกร่วมกับถั่วแปบได้ดีก็คือข้าวโพดหวาน หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็สามารถตัดทั้งต้นถั่วแปบและต้นข้าวโพดไปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงต่อได้ หรือจะปล่อยทิ้งไว้อีก 1 เดือน แล้วค่อยไถกลบเพื่อบำรุงดินต่อไปก็ได้

ประโยชน์
ถั่วแปบ เป็นพืชที่ประกอบไปด้วยคุณค่าทางโภชนามากมาย ได้แก่ พลังงาน น้ำ เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตรี วิตามินบี1, บี2, บี3, บี9, วิตามินซี แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี มีสาร ไฟโตฮีแมคกลูตินิน (Phytohemagglutinine) ที่ช่วยในการผลิตเม็ดเลือดขาว มีสารเบต้าแคโรทีนและลูทีน ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมุลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ส่วนใหญ่มักนิยมนำฝักอ่อนมาปรุงเป็นอาหารประเภทแกง ผัด ต้ม หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ส่วนเมล็ดก็นำมาทอดใช้รับประทานเป็นอาหารว่างได้

ถั่วแปบมีปมบริเวณรากที่สามารถจับไนโตเจนในอากาศแล้วเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยไนเตรดได้ และใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดี จึงเหมาะที่จะปลูกเป็นพืชบำรุงดิน หรือจะปลูกเป็นพืชคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินได้ ถั่วแปบบางชนิดยังนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงประเภทวัวควายได้

สรรพคุณทางยา
ราก-ใช้ทำเป็นยารักษาโรคตา แก้ซาง

ใบ-ใช้ตำพอกรักษาอาการของโรคคางทูม

ผล-ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยแก้ไข้ แก้อาการแพ้ ดับพิษร้อน แก้อาการเมาค้าง แก้อาเจียน บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ

เมล็ด-ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย ใช้เป็นยารักษาโรคตา แก้ไข้ ช่วยขับเสมหะ แก้ลม แก้อาการท้องร่วง แก้อาการเกร็ง

ทั้งต้น-ใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการเจ็บคอ แก้อาการเสียงแหบแห้ง