การปลูกผักกาดขาว

By -

ผักกาดขาว (PrapaChinese Cabbage) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica pekinensis Lour เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ชาวไทยนิยมรับประทานอย่างมาก ซึ่งส่วนของผักกาดที่นำมาบริโภคก็คือส่วนใบ มีทั้งนำไปปรุงเป็นอาหาร หรือรับประทานสด ๆ กับ น้ำพริก ,ส้มตำ หรือ สลัด ก็ได้

ผักกาดขาวปลี

ประเภทของผักกาดขาว จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามลักษณะของปลี ดังนี้

1. พันธุ์ปลีกลม  จะมีรูปทรงกลม อ้วน โดยส่วนมากจะเป็นพันธุ์เบาซึ่งมีอายุสั้น เช่น พันธุ์ซาลาเดียไฮบริด, พันธุ์ทรงบิค
คอล ไพรด์ ไอบริด ฯลฯ

2. พันธุ์ปลียาว รูปทรงในแนวตั้งจะมีลักษณะสูงยาว ไม่กลม เช่น พันธุ์มิชิลีหรือผักกาดหางหงส์, ผักกาดโสภณ,
ผักกาดขาวปลีฝรั่ง

3. พันธุ์ปลีหลวม หรือไม่ห่อปลี  เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกได้ดีทั้งปี แตกต่างจากสองสายพันธุ์ข้างต้น ที่ให้ผลผลิตได้ดีเป็นพิเศษในฤดูหนาว แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจาก ผักกาดขายชนิดไม่ห่อปลี มีรสชาติที่อร่อยน้อยกว่า และเก็บรักษาได้ไม่นาน จึงทำให้ไม่เ็ป็นที่นิยม

ผักกาดขาวในประเทศไทยสามารถปลูกได้ในทุกฤดู แต่ที่มีความเหมาะสมและให้ผลผลิตมากที่ที่สุด คือ ในหน้าหนาว ที่มีอุณหภูมิ 15-22 องศาเซลเซียส (ช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์)

 

การเตรียมดินเพื่อปลูกผักกาดขาว

ผักกาดขาวสามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน แต่ที่ดีที่สุด คือ ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ซึ่งมีค่าพีเอช(PH) 6 – 6.8

ขั้นตอนการเตรียมดิน ให้ขุดดินลึก 30 ซม. หรือ 1 หน้าจอบ พลิกหน้าดินตากแดดไว้ 7 วัน จากนั้นย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 2 กก.ต่อ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าดินให้เข้ากัน ทำแปลงกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 3 วัน

 

 การปลูกผักกาดขาว

แปลงผักกาดขาวปลี

เกษตรกรสามารถเลืือกได้ว่า จะปลูกผักกาดขาวลงบนแปลงปลูกโดยตรง หรือ จะใช้วิธีเพาะกล้าก่อน ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป การเพาะกล้าก่อนแล้วค่อยย้ายไปปลูกในแปลงจะมีอัตรางอกของเมล็ดพันธุ์ที่มากกว่า เหมาะกับการปลูกผักกาดขาวปลีที่เมล็ดพันธุ์มีราคาสูง

ส่วนการปลูกบนแปลงปลูกโดยตรงเหมาะกับการปลูก ผักกาดขาวใหญ่และผักกาดขาวธรรมดา ซึ่งเมล็ดพันธุ์มีราคาถูก วิธีการปลูกเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประหยัดเวลาได้มากกว่าการเพาะกล้า

1.  แบบเพาะกล้า หว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงเพาะกล้า แล้วโรยทับด้วยดิน คลุกปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกหนา 1 ซม. คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม แล้วรดน้ำเช้าเย็น เมื่อต้นกล้าอายุได้ 15-20 วัน ก็ย้ายไปปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมดินดีแล้วให้มีระยะห่าง 30-35 ซม. ควรย้ายกล้าในตอนเย็น

2.  วิธีหว่านลงแปลงปลูก ใช้เมล็ดพันธุ์หว่านลงในแปลง แล้วโรยทับด้วยปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกหนา 1 ซม. คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม แล้วรดน้ำเช้าเย็น พอกกล้าอายุได้ 15-20 วัน ให้ถอนแยกให้แต่ละต้นห่างกัน 30-35 ซม.

 

การดูแลผักกาดขาว

1. การให้น้ำ
รดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ผักกาดขาวต้องการน้ำมาก จึงต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ

 

2. การใส่ปุ๋ย
เนื่องจากผักกาดขาวปลีเป็นผักกินใบ ควรให้ปุ๋ยในสัดส่วน 2:1:1 เช่น ปุ๋ยสูตร 20-110-10 หรือสูตรใกล้เคียงนี้ในอัตราประมาณ 80-150 กก./ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน

การใส่ปุ๋ยให้แบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นจำนวนครึ่งหนึ่ง โดยใส่ตอนปลูกครั้งที่สองใส่เมื่อผักกาดขาวมีอายุครบ 20 วัน โดยโรยข้างต้นแล้วรดนํ้า สำหรับพวกพันธุ์ปลียาวและปลีกลมแน่น ควรให้ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ยูเรียหรือแอมโมเนียไนเตรทในอัตรา 20-30 ก.ก./ไร่ เมื่อกล้าอายุได้ 30-40 วัน โดย
การหว่านหรือโรยข้างต้นก็ได้ แล้วรดนํ้าตามทันทีระวังอย่าให้ปุ๋ยค้างที่ใบ เพราะทำให้ใบไหม้

 

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

ถ้ามีหนอนหรือเพลี้ยมารบกวนให้ใช้ใบสะเดาหรือเมล็ดสะเดาบด 1 กก. ข่าแก่ 1 กก. ตะไคร้หอม 1 กก. สับปนกัน แล้วตำให้ละเอียด แช่น้ำ 20 ลิตร หมักไว้ 1 คืน กรองเอาน้ำยาผสมน้ำ 1:20 ฉีดพ่นช่วงเย็นทุก ๆ 3 วัน ควรจะผสมสบู่ 10 กรัมลงไปด้วย เพื่อช่วยให้น้ำยาจับใบ

 

การเก็บเกี่ยว
ผักกาดขาวปลีแต่ละสายพันธุ์จะมีวันเก็บเกี่ยวที่ไม่แน่นอน ซึ่งต่างกันดังนี้
- พันธุ์ที่เข้าปลีไม่แน่น อายุที่เก็บเกี่ยวได้ประมาณ 40-50 วัน หลังจากหว่านเมล็ด โดย
เลือกเก็บเกี่ยวต้นเริ่มแก่เต็มที่ได้ขนาด (ในท้องถิ่นทางภาคกลาง)
- พันธุ์ที่เข้าปลียาว หรือปลีกลมแน่น อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-80 วัน หลังจากหยอด
เมล็ดที่เก็บเกี่ยวได้ โดยเก็บขณะปลีห่อแน่นเต็มที่ก่อนที่ปลีจะเริ่มคลายตัวหลวมออก (ในท้องถิ่นภาค
เหนือ) การตัดใช้มีดคมตัดที่โคนต้น ตัดแต่งใบที่เป็น โรคถูกแมลงทำ ลายออกบ้างพอสมควร แต่ไม่มาก
นัก ควรใบนอก ๆ ไว้สัก 2-3 ใบ เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกในระหว่างการขนส่ง