การปลูกมะนาวคาเวียร์

By -

ชื่อสามัญ Finger Lime
ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus australasica
ชื่อวงศ์ Rutaceae
ชื่ออื่นๆ มะนาวนิ้วมือมะนาวคาเวียร์

มะนาวคาเวียร์ เป็นพืชในสกุลเดียวกันกับส้ม มะนาว และเกรฟฟรุต มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เนื้อผลให้รสเปรี้ยว มักใช้ปรุงแต่งรสชาติและกลิ่นอาหาร ใช้ผสมในเครื่องดื่ม หรือใช้ตกแต่งในจานอาหารให้เกิดความสวยงามยิ่งขึ้น ขณะนี้ มะนาวคาเวียร์กำลังได้รับความสนใจและนิยมปลูกเพื่อรับประทานผล หรือปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้นของมะนาวคาเวียร์มีความสูงประมาณ 5-6 เมตร มีใบขนาดเล็ก ผิวใบเรียบ ปลายใบหยักมน มีความกว้างประมาณ 3-25 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1-6 ซม. มีกลีบดอกสีขาว ยาวประมาณ 6-9 มิลลิเมตร ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกหรือโค้ง เปลือกผลมีทั้งที่เป็นสีเรดแชมเปญ, พิงค์ ไอซ์, จาลิเรด, เอมเมอรัล และเทสตี้กรีน และในแต่ละสีก็จะมีกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป ขนาดความยาวของผลมีประมาณ 4-8 ซม. ภายในผลจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 10 เมล็ด

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยการใช้เมล็ด ตอนกิ่ง หรือเสียบยอด เป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ชอบน้ำและแสงแดดในปริมาณสูง สามารถทนต่อสภาพอากาศที่มีน้ำค้างและแสงแดดจัดๆ ได้ จะปลูกลงแปลงหรือปลูกในกระถางก็ได้

ถ้าปลูกด้วยวิธีการเพาะเมล็ดจะใช้เวลานานถึง 2 ปีกว่าจะให้ผลผลิต หากใช้วิธีตอนกิ่งก็จะมีรากงอกออกมาเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1.5 เดือน และจะตัดไปปลูกได้เมื่อมีอายุประมาณ 2 เดือน เมื่อปลูกครบ 6 เดือนถึงจะให้ผลผลิต ส่วนวิธีการเสียบยอดจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็จะนำมาปลูกลงแปลงได้แล้ว

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะนาวคาเวียร์จะอยู่ระหว่าง 15-29 องศาเซลเซียส มะนาวคาเวียร์ในออสเตรเลียจะไม่มีผลผลิตให้ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นมาก แต่ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยกลับติดดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูฝนจะติดผลได้ดก และลดน้อยลงไปบ้างในช่วงหน้าแล้ง

มะนาวคาเวียร์ จะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดี มีค่า pH ของดินระหว่าง 5-6.5 การใช้วิธีเสียบยอดบนต้นตอที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จะทำให้ต้นมะนาวคาเวียร์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ส่วนใหญ่ในออสเตรเลียมักจะใช้ต้นตอของส้ม Trifoliata
สำหรับในประเทศไทย หากเป็นพื้นที่แห้งแล้งมักจะใช้มะขวิดเป็นต้นตอ ส่วนในพื้ที่ที่มีความชุ่มชื้นมาก หรือมีสภาพดินเป็นดินเหนียว จะนิยมใช้ต้นตอของส้มโอ

การยกร่องเป็นแถว หรือการปลูกในบ่อซีเมนต์ จะทำให้ดินปลูกจะสามารถระบายน้ำได้ดีในช่วงหน้าฝน ควรปลูกต้นไม้ไว้เป็นแนวกำบังลมเพื่อป้องกันการหลุดร่วงของผล หรือกันผลไปกระทบกับหนามจากแรงลมจนเกิดความเสียหาย

ดินที่ใช้ปลูกมะนาวคาเวียร์ ควรผสมด้วยปุ๋ยหมัก แกลบดิบ แกลบดำ ดินร่วน ในอัตราส่วน 1:1:1:1 และปุ๋ยคอกอีก ½ ส่วน เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าไปดูแลรักษา ควรใช้ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 2.5-3 เมตร และระหว่างแถวให้ห่างกันประมาณ 4-5 เมตร ควรมีการพรางแสงให้ประมาณ 50-60 % หากได้รับแสงมากเกินไปจะทำให้กิ่งมีขนาดเล็กและแห้งตายได้ ในปีแรกของการปลูกมะนาวคาเวียร์จะเจริญเติบโตไปอย่างช้าๆ ในระยะ 1-3 ปีแรก ควรกระตุ้นให้ต้นเติบโตเร็วขึ้นด้วยการเก็บผลที่ติดขึ้นมาทิ้ง

การใส่ปุ๋ย
มะนาวคาเวียร์มีความต้องการปุ๋ยน้อยกว่าการปลูกส้มทั่วไป เนื่องจากมีใบที่เล็กมาก ส่วนใหญ่ระบบรากจะเป็นรากฝอย ซึ่งอยู่ลึกลงไปในดินเพียง 30-60 ซม.เท่านั้น ทำให้สามารถหาอาหารในระดับผิวดินตื้นๆ ได้ หากต้องการใส่ปุ๋ยจะให้เพียง 25-30%จากที่ให้กับต้นส้มเท่านั้น

ในกรณีที่ปลูกมะนาวคาเวียร์เป็นการค้า ในช่วงติดดอกไปจนถึงมีผลขนาด 1 ซม. จะไม่มีการใส่ปุ๋ย เนื่องจากจะทำให้ดอกและผลร่วงได้ หรืออาจใส่น้อยกว่าที่เคยใส่ประมาณ 2-3 เท่า หากใส่ปุ๋ยมากเกินไปมะนาวคาเวียร์อาจตายได้ ซึ่งปุ๋ยเคมีที่นิยมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสูตร 15-4-11

ต้นมะนาวคาเวียร์ที่มีการดูแลบำรุงรักษาอย่างดี เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 5-6 ปี จะสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 20 กก./ปี ขนาดผลโดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 6-12 ซม. และน้ำหนักของผลประมาณ 60 กรัม