การปลูกว่านชักมดลูก

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma xanthorhiza
ชื่อวงศ์ Zingiberaceae
ชื่ออื่นๆ ว่านทรหด, ว่านพยาหัวศึก, ว่านการบูรเลือดว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก จัดเป็นพืชล้มลุกปีเดียวที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับขิง ข่า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเกาะชวา บาหลี มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศอินเดีย มาเลเซีย และไทย นิยมนำไปทำแป้งขนมพุดดิ้ง ทำเป็นโจ๊ก ใช้เหง้าแห้งต้มเป็นเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นส่วนผสมในยาสมุนไพรต่างๆ สายพันธุ์ที่นำมาเข้าตำรับยามีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ ว่านชักมดลูกตัวผู้ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma Zanthorrhiza Roxb. และว่านชักมดลูกตัวเมีย ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma Comosa Roxb. ทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ชนิดที่เป็นตัวผู้จะมีสรรพคุณทางยามากกว่า

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นเหง้าที่แตกหน่ออยู่ใต้ดิน เหง้ามีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอมส้ม เมื่อแก่จะเป็นสีเทา เนื้อภายในเหง้ามีสีส้มหรือแดงเข้ม กลิ่นฉุน รสขม ลำต้นตั้งตรง มีกาบใบกลมเป็นลำต้นเทียมที่อยู่เหนือดินเรียงซ้อนกันอยู่ สูงประมาณ 1-2 เมตร กาบด้านนอกมีสีเขียว ส่วนด้านในเป็นสีขาว ลักษณะลำต้นโดยทั่วไปจะคล้ายกับต้นขมิ้นอ้อย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม หัวจะเริ่มแก่และนำมาใช้ประโยชน์ได้

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวๆ ที่ส่วนปลายของลำต้นเทียม ใบมีลักษณะเรียวยาวคล้ายต้นขิง มีความกว้างประมาณ 15-20 ซม. ยาวประมาณ 40-100 ซม. แผ่นใบสีเขียว ขอบใบเรียบ โคนและปลายใบแหลม ต้นตัวผู้จะมีเส้นกลางใบเป็นสีม่วง ส่วนต้นตัวเมียเส้นกลางใบจะเป็นสีเขียว จะเริ่มแทงใบในช่วงต้นฤดูฝนหรือประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน

ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกเชิงลดรูปทรงกระบอกบนก้านดอก คล้ายดอกขมิ้น ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-20 ซม. มีกลีบรองดอกสีแดงสด ใบประดับเป็นริ้วสีชมพูอ่อน เมื่อดอกเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการใช้หัวหรือเหง้าใต้ดิน ว่านชักมดลูกสามารถเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่มีความชื้น ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดีเหง้าว่านชักมดลูก

การเตรียมแปลงปลูก
ก่อนปลูกควรทำการไถพรวนดินพร้อมกำจัดวัชพืชแล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน หลังจากนั้นอีกประมาณ 2-3 วัน ให้ทำการหว่านปุ๋ยคอก ขี้เถ้า แกลบ ในอัตราไร่ละ 1-3 ตัน ไถกลบและกำจัดวัชพืชอีกครั้ง

วิธีปลูก
ควรปลูกในช่วงก่อนหรือต้นฤดูฝน เพื่อให้สามารถเจริญเติบโตได้ตามฤดูกาลของธรรมชาติ ใช้ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวประมาณ 15-20 ซม.

การให้น้ำ
หากมีฝนตกตามฤดูกาลอย่างเพียงพอ การให้น้ำก็อาจไม่มีความจำเป็น เนื่องจากพืชจะเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำฝนไปตามธรรมชาติ

การใส่ปุ๋ย
ในระยะแรกปลูกให้ใส่ปุ๋ยคอกร่วมกับปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 และในช่วงที่กำลังมีการเจริญเติบโตทางใบให้ใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-24 เพื่อเป็นการบำรุงให้ต้นเติบโตได้อย่างเต็มที่

การเก็บเกี่ยว
ว่านชักมดลูกจะเก็บสะสมสารอาหารไว้เต็มที่และหยุดการเจริญเติบโตในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงฤดูแล้ง ซึ่งในช่วงนี้ใบจะเริ่มเหี่ยวแห้ง ให้เริ่มทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

ประโยชน์
ว่านชักมดลูกเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสตรีมากมาย เช่น

เหง้า-ใช้เป็นยาบำรุงสตรีหลังคลอดบุตร แก้ปวดมดลูก แก้อาการมดลูกอักเสบ แก้อาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ ลดอาการปวดประจำเดือน ใช้รักษาโรคตับ แก้อาการปวดตามข้อ อาการอาหารไม่ย่อย แก้ไข้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฟันผุ ยับยั้งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคโปลิโอ ช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของกระดูก แก้อาการของโรคริดสีดวง ไส้เลื่อน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ลดอาการบวมและอักเสบของแผล ช่วยสร้างและซ่อมแซมแซลที่สึกหรอ ลดคอเลสเตอรอล ต้านอนุมูลอิสระ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายกระชับ ขาวนวลไร้รอยเหี่ยวย่น ลดอารมณ์ฉุนเฉียวที่เกิดจากฮอร์โมน ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี ช่วยดับกลิ่นปากและกลิ่นตัว ลดอาการตกขาว การเจ็บและปวดเสียวท้องน้อยในสตรี หรือจะนำมาสกัดเป็นแป้งใช้ทำขนมพุดดิ้ง ทำเป็นโจ๊ก หรือหั่นเป็นชิ้นนำไปต้มใส่น้ำตาลเป็นเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นสีย้อมผ้าก็ได้

เหง้าอ่อน ลำต้นอ่อน ช่อดอกอ่อน-ใช้รับประทานเป็นผักสดได้