การปลูกส้มจุก

By -

ชื่อสามัญ NECK ORANGE
ชื่อวิทยาศาสตร์ CITRUSRETICURATA BLANCO
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ชื่ออื่นๆ ส้มหัวจุก ส้มแป้นหัวจุกส้มจุก

ส้มจุก เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง มีอายุนานหลายปี ความสูงของลำต้นมีประมาณ 5-7 เมตร เป็นส้มเปลือกล่อนที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับส้มโชกุน และส้มเขียวหวานทั่วไป บริเวณขั้วผลจะยื่นออกมาคล้ายจุก ซึ่งแตกต่างจากส้มชนิดอื่นๆ ส้มชนิดนี้เกษตรกรรายย่อยในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้นำมาปลูกครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2444 ต่อมาได้ขยายการปลูกออกไปทั่วทั้งอำเภอ และในแหล่งอื่นๆ ด้วย เนื่องจากมีรสชาติที่ดี เป็นที่นิยมในการบริโภค

หลังจากที่ปลูกไปประมาณ 3 ปี ส้มจุกก็จะเริ่มให้ผลผลิต โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน นับจากเริ่มผลิดอกไปจนถึงระยะที่ดอกบาน และต่อมาอีกประมาณ 8 เดือน ผลส้มจุกจะเริ่มแก่จนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เมื่อมีอายุครบ 5 ปี มักจะให้ผลผลิตได้มากและมีคุณภาพ และจะให้ผลอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 ปี

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ติดตา และตอนกิ่ง แต่วิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คือ การตอนกิ่งจากต้นพันธุ์ที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ แล้วนำมาติดตาบนต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ด เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องโรคและการเจริญเติบโตที่ไม่มีประสิทธิภาพที่จะเกิดตามมาภายหลัง

การปลูก
การปลูกส้มจุก ก่อนปลูกต้องมีการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของดินด้วยการวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน และปรับให้เหมาะสม ต้องมีการยกร่องเพื่อให้มีการระบายน้ำได้ดีไม่ว่าพื้นที่ปลูกจะเป็นที่ลุ่มหรือที่ดอน ขุดหลุมปลูกให้มีขนาด 50×50 ซม. ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม ให้ระหว่างแถวห่างกันประมาณ 5-6 เมตร ส่วนระหว่างต้นให้ห่างกันประมาณ 4-5 เมตร หากได้วิเคราะห์ความสมบูรณ์ของดินตลอดระยะเวลาของการปลูก ต้นส้มจุกจะเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพตามความต้องการ

การให้น้ำ

ควรให้ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของพืชด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากลักษณะของดิน พื้นที่เพาะปลูก วิธีเพาะปลูก ลักษณะภูมิประเทศ เงินลงทุน และแหล่งน้ำด้วย

การใส่ปุ๋ย
นับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงระยะก่อนออกดอก ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือ 9-24-24 และครั้งต่อไปให้ใส่ในทุกๆ 2-3 เดือน/ครั้ง พร้อมการฉีดพ่นเสริมธาตุอาหารทางใบ และใช้สูตร 13-13-21 หรือ 0-0-50 ในระยะ 1 เดือนก่อนการเก็บเกี่ยว ส่วนระยะหลังการเก็บเกี่ยวและตัดต่างกิ่งให้ใช้สูตร 15-15-15

การตัดแต่งกิ่ง
ควรตัดแต่งทรงพุ่มเสียตั้งแต่ระยะแรกที่ปลูก เพื่อให้ได้ทรงพุ่มของลำต้นตามที่ต้องการ สะดวกในการดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้วควรตัดกิ่งกระโดง กิ่งที่ได้รับความเสียหาย หรือกิ่งที่เป็นโรคออกเพื่อเป็นการบำรุงต้นให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพสูงตามไปด้วย