การปลูกส้มโอไม้ผลที่มากด้วยประโยชน์

By -

ชื่อสามัญ : Pummelo
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus maxima (Burm.f.) Merr.
ชื่อวงศ์ : Rutaceae
ชื่ออื่นๆ : โกร้ยตะลอง, มะขุน, มะโอ, ลีมาบาลี, สังอู, ส้มโอส้มโอ

ส้มโอมีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะมลายู อินเดีย จีน และไทย จัดเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับส้ม สำหรับแหล่งปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ที่จังหวัดชุมพร, นครศรีธรรมราช, สมุทรสงคราม, พิจิตร, เชียงราย ส้มโอถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจในด้านการส่งออก ที่นิยมปลูกกันทั่วไปมักจะเป็นพันธุ์ทองดี ขาวน้ำผึ้ง ขาวใหญ่ ขาวพวง ขาวแตงกวา ท่าข่อย ปัตตาเวีย และพันธุ์ทับทิมสยามของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังได้รับความนิยมกันอยู่ในขณะนี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ส้มโอจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่ม มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-15 เมตร เปลือกของลำต้นเป็นสีน้ำตาล บริเวณกิ่งก้านมีหนามเล็กน้อย

ใบ
ลักษณะของใบมีรูปร่างคล้ายกับใบมะกรูดแต่มีขนาดใหญ่กว่า มีความกว้างประมาณ 2-12 ซม. ยาวประมาณ 5-20 ซม. โคนใบมน ปลายใบเว้าเล็กน้อย แผ่นใบหนา แข็ง เป็นสีเขียวเข้ม มีกลิ่นหอม มีหูใบคล้ายรูปหัวใจอยู่ที่บริเวณโคนก้านใบ

ดอก
ดอกออกเป็นช่อสั้นๆ บริเวณซอกใบ จัดเป็นดอกเดี่ยว ในแต่ละช่อจะมีดอกอยู่ประมาณ 10-20 ดอก มีกลีบดอกสีขาวจำนวน 4-5 กลีบ มีเกสรอยู่กลางดอกประมาณ 20-25 อัน ดอกที่บานเต็มที่แล้วจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 3-5 ซม.

ผลเนื้อส้มโอ
ลักษณะของผลมีรูปร่างกลมโต หรือบางสายพันธุ์ที่ขั้วผลจะสูงขึ้นมา ผลมีสีเขียวเมื่อยังอ่อนอยู่ และจะกลายเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือเหลืองเมื่อแก่ ผลที่โตเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-30 ซม. ผิวเปลือกผลอ่อนนุ่ม ผิวด้านนอกเปลือกจะมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ส่วนสีเปลือกด้านในจะมีสีขาวหรือสีชมพู ความหนาของเปลือกมีประมาณ 1.5-2.0 ซม. ภายในผลมีเนื้อสีขาว สีเหลืองอมเขียว หรือสีชมพู แยกกันอยู่เป็นกลีบๆ เนื้อผลจะให้รสชาติหวาน หรือหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดสีขาวฝังอยู่ในเนื้อผลไม่ต่ำกว่า 1 เมล็ด แต่บางสายพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจะมีเมล็ดที่เล็กมาก หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา และทาบกิ่ง

การเตรียมพื้นที่ปลูก
หากพื้นที่ปลูกเป็นที่ดอนไม่มีน้ำขัง ให้ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 ซม. ขึ้นไป และใช้ระยะปลูกที่ 7×7 เมตร โดยไม่ต้องยกร่อง เพียงแต่ทำเป็นร่องเล็กๆ เพื่อให้ระบายน้ำได้เท่านั้น แต่สำหรับพื้นที่ลุ่มที่อาจมีน้ำท่วมขังได้ ให้ทำการยกร่องขวางกับแสงอาทิตย์ โดยให้สันร่องกว้างประมาณ 6.5 เมตร ใช้ระยะปลูกประมาณ 6×6 เมตร และขุดร่องน้ำให้มีความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร

วิธีปลูก
ใช้มีดกรีดถุงที่เพาะต้นพันธุ์แล้วดึงออกมา นำไปวางในหลุมปลูก ให้รอยต่อของต้นตออยู่สูงกว่าปากหลุมเล็กน้อย กลบดินที่เหลือให้แน่น ปักไม้ข้างหลุมปลูกแล้วใช้เชือกมัดลำต้นติดกับไม้ไว้เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลม ใช้ฟางข้าวหรือหญ้าแห้งคลุมรอบๆ โคนต้น และรดน้ำให้พอชุ่ม

การให้น้ำ
ในระยะแรกของการปลูกควรให้น้ำในตอนเช้าทุกวัน เมื่อใกล้เวลาให้ดอกจึงค่อยหยุดให้น้ำประมาณ 15-30 วัน แต่ถ้าเกิดอาการใบห่อหรือขาดน้ำในระยะนี้ก็ควรให้น้ำต่อไป เมื่อติดตาดอกจึงค่อยเริ่มให้น้อยลง และก่อนเก็บผลผลิต 15-30 วัน ก็ให้หยุดการให้น้ำอีกรอบ

การใส่ปุ๋ย
เมื่อส้มโอมีอายุได้ 4 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือสูตร 16-16-16 ในอัตราต้นละ ½ กก./ปี โดยแบ่งใส่เป็น 3-4 ครั้ง และในทุกปีให้เพิ่มปุ๋ยขึ้นต้นละ ½ กก.

เมื่อส้มโอมีอายุได้ 4 ปี ให้ทำการเร่งการเกิดยอดด้วยปุ๋ยสูตร 25 – 7 – 7 หรือ 15 – 15 – 15 + 46 – 0 – 0 ในอัตราต้นละ 1 – 3 กก./ปี

ก่อนที่ส้มโอจะออกดอกประมาณ 2 เดือน ควรใส่ปุ๋ยเร่งดอกสูตร 12-24-12 ในอัตราต้นละ ½-1 กก./ปี

หลังจากที่ติดผลมาแล้วประมาณ 2 เดือน ให้บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตราต้นละ 1-3 กก./ปี

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
นับจากวันที่ดอกส้มโอเริ่มบานได้ประมาณ 7-7.5 เดือน ก็มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้แล้ว ในการเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรที่คมและสะอาดตัดบริเวณก้านขั้วผล แล้วรองรับผลด้วยถุงผ้าเพื่อป้องกันการตกกระแทกพื้นทำให้แตกช้ำเสียหาย และทำการคัดเลือกขนาดและคุณภาพต่อไป

เมื่อเก็บผลส้มโอมาแล้วให้ล้างทำความสะอาดทันที แล้วผึ่งให้แห้ง จะใช้สารเคลือบผิวหรือไม่ใช้ก็ได้ ใส่ส้มโอในภาชนะที่สะอาด นำไปวางในที่อากาศถ่ายเทได้ดี โดยปกติแล้วจะสามารถเก็บส้มโอไว้ได้นานหลายวันเนื่องจากมีเปลือกผลที่หนา แต่ถ้าจะให้นานมากขึ้นก็ควรเก็บรักษาไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 85-95%

โรคและศัตรูพืชที่สำคัญ
ในการปลูกส้มโอ ส่วนใหญ่มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับโรคแคงเกอร์  โรคกรีนนิ่ง  โรคทริสเตซ่า และแมลงศัตรูพืชที่มักพบได้บ่อย เช่น เพลี้ยไฟพริก  หนอนชอนใบ  หนอนเจาะสมอฝ้าย  หนอนฝีดาษ  ไรขาว  หนอนเจาะผล เป็นต้น

การดูแลรักษา
ควรตัดแต่งกิ่งที่เกิดความเสียหายและไม่ต้องการออก เมื่อส้มโอมีอายุได้ประมาณ 3 ปี และหลังจากการเก็บเกี่ยว ควรตัดทรงพุ่มส่วนยอดให้โปร่งและรักษาพุ่มด้านข้างรอบๆ ไว้ เพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง จากนั้นให้ใช้สารคอปเปอร์-อ๊อกซี่คลอไรด์ ละลายน้ำทารอยแผลที่ตัดแต่ง เพื่อป้องกันเชื้อรา แล้วทาทับรอยแผลนั้นอีกครั้งหนึ่งด้วยปูนแดง ปูนขาว หรือสีน้ำมัน

ควรมีการกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยการนำไปเผานอกแปลงปลูก หลังจากใช้อุปกรณ์ต่างๆ แล้วควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย หากมีการชำรุดเสียหายก็ควรซ่อมให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เสียก่อน ควรเก็บปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ ไว้ในที่ปลอดภัยเสมอ

ประโยชน์ของส้มโอ
ส้มโอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุอยู่มากมาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี บี2 บี3 บี6 แคลเซียม ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง เนื่องจากมีวิตามินซีอยู่สูง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย บำรุงผิวให้แข็งแรงเปล่งปลั่ง บำรุงสายตา

สรรพคุณทางยา
เปลือก-ใช้ทาผิวทำให้สะอาดผ่องใส, ใช้ทำเป็นยาฆ่าเหา, ใช้พอกแผลที่เป็นหนอง, ใช้รับประทานแก้อาการจุกเสียดแน่นหน้าอก ขับลม ขับเสมหะ
ผล-ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร บำรุงสายตา ลดอาการกรดไหลย้อน
ดอก-ช่วยบรรเทาอาการปวดกระเพาะอาหาร ปวดกระบังลม ขับลมในท้อง ขับเสมหะ
เมล็ด-ใช้รับประทานแก้อาการไส้เลื่อน หรืออาการลำไส้หดตัวผิดปกติ
ราก-ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้หวัด แก้อาการปวดท้องน้อย

ชาวจีนมักใช้ส้มโอเพื่อเซ่นไหว้ในพิธีสำคัญๆ เพราะถือว่าเป็นผลไม้มงคลเช่นเดียวกับส้มชนิดอื่นๆ สำหรับคนไทยก็มักนำมาใช้ประกอบในตำรายาและเครื่องหอมต่างๆ นอกจากนี้ยังนำมาทำเป็นอาหาร เครื่องดื่ม หรือจะแปรรูปเป็นขนมหวาน เพื่อถนอมรักษาอาหารไว้บริโภคได้นานยิ่งขึ้น