การปลูกแก้วมังกร

By -

แก้วมังกร
ชื่อสามัญ Dragon fruit, Pitaya
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hylocereus undatus (Haw) Britt. Rose.
ชื่อวงศ์ Cactaceae
ชื่ออื่นๆ ธานห์ลอง (เวียดนาม) และ สกราเนียะ (กัมพูชา)ต้นแก้วมังกร

แก้วมังกรเป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลของกระบองเพชร มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง และได้นำเข้ามาในทวีปเอเชียเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยมีการปลูกที่ประเทศเวียดนามเป็นประเทศแรก และต่อมาได้มีการแพร่กระจายทั่วไป สำหรับแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของประเทศไทยจะอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และสมุทรสงคราม แต่ก็สามารถปลูกได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ

แก้วมังกรมีลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียว อวบน้ำ ซึ่งเปลี่ยนรูปร่างมาจากส่วนของใบ และ แยกออกเป็น 3 แฉก มีความยาวประมาณ 5 เมตร ส่วนลำต้นที่แท้จริงจะอยู่บริเวณกลางแฉกทั้ง 3 มีระบบรากทั้งที่เป็นรากในดินและรากอากาศ มีหนามบริเวณตาข้างใบประมาณ 1-5 อัน

ดอก
ตาดอกอยู่ที่ข้อใต้หนาม ออกดอกได้ทั้งจากตาที่ข้อใต้หนามและจากตาที่ส่วนปลายสุดของกิ่ง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน สามารถผสมกันเองหรือผสมข้ามดอกข้ามต้นกันได้ มักออกเป็นดอกขนาดใหญ่แบบเดี่ยวๆ กลีบดอกมีสีขาว มีเกสรสีเหลืองอยู่ภายใน มีกลีบรองดอกสีเขียว เมื่อบานเต็มที่จะมีลักษณะคล้ายปากแตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มักบานในช่วงค่ำจนถึงตอนเช้าของเดือนเมษายน

ผลดอกแก้วมังกร
แก้วมังกรจะให้ผลในช่วงของเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม รูปร่างของผลมีลักษณะกลมรี มีผิวของผลเป็นสีชมพูอมส้ม เปลือกหนา มีลักษณะสันเหลี่ยมแบบทู่ๆ เรียงกันอยู่ มีเนื้อภายในผลเป็นสีขาวขุ่น หรือสีชมพู ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ และมีเมล็ดสีดำคล้ายเมล็ดงาหรือเมล็ดแมงลักฝังตัวอยู่ภายในเนื้อทั่วทั้งผล

สายพันธุ์ของแก้วมังกร
1. พันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง -มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว
2. พันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง-มีรสชาติหวาน
3. พันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง-มีรสชาติหวานกว่าพันธุ์อื่นๆ

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการปักชำ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก โดยการนำกิ่งที่แก่มาตัดให้เป็นท่อนยาวประมาณ 12 ฟุต แล้วนำไปจุ่มในน้ำที่ผสมกับน้ำยาเร่งรากในอัตราเข้มข้น โดยจุ่มทางโคนที่มีตาตั้งขึ้นให้ลึกลงไปประมาณ 10 ซม. ต่อจากนั้นก็นำกิ่งมาวางแบบตั้งตรงเรียงไว้ในที่ร่มรอจนกว่ากิ่งเริ่มเหี่ยวประมาณ 7-10 วัน ไม่ควรให้ได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไป แล้วนำไปปักชำโดยเอาทางโคนปักลงไปในแปลงเพาะชำที่เตรียมไว้

การเตรียมแปลงเพาะชำกิ่ง
ปรับพื้นที่ปลูกให้เรียบแล้วใส่ขี้เถ้าแกลบดำลงไปให้หนาประมาณ 1 คืบ รากของแก้วมังกรที่เพาะชำจะงอกออกมาหลังจากที่ปักชำไปได้ประมาณ 1 เดือน จากนั้นให้นำกิ่งพันธุ์ที่แตกยอดอ่อนออกมาใหม่และมีรากที่สมบูรณ์แล้วลงปลูก โดยปักให้ลึกลงไปในดินประมาณ 10 ซม. แล้วรดน้ำให้ประมาณ 2-3 วัน/สัปดาห์ ไม่ควรให้น้ำมากไปจนเกิดปัญหากิ่งเน่า และต้องมีการพรางแสงให้ด้วยตาข่ายถ้าแปลงเพาะชำอยู่ในที่กลางแจ้ง

การเตรียมเสาปลูกผลแก้วมังกร

- ใช้ท่อใยหินที่มีขนาดความกว้างประมาณ 4-6 นิ้ว สูงประมาณ 1.5-2.0 เมตร
-เจาะปลายท่อเพื่อใช้สอดเหล็กเส้น 4 รู
-ตัดเหล็กเส้นตามขนาดยางรถที่ใช้กับเสาปลูก โดยใช้เสาละ 2 เส้น
-สอดเหล็กเส้นเข้าไปในรูที่เจาะแล้ววางยางรถลงไป มัดด้วยลวดให้แน่น

การปลูก
ขุดหลุมขนาด 60x60x60 ซม. วางเสาที่เตรียมไว้แล้วลงไป กลบดินลงเล็กน้อย แล้วใส่ปุ๋ยคอกตามลงไปจนเกือบเต็มหลุม นำต้นแก้วมังกรไปปลูกรอบๆ โคนเสาประมาณ 4-5 ต้น แล้วกลบดินให้เต็มหลุม มัดต้นแก้วมังกรไว้กับเสาเพื่อกันล้ม

การดูแลรักษา
ในฤดูร้อนและฤดูหนาวควรให้น้ำประมาณสัปดาห์ละครั้ง ส่วนในฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำเลย เนื่องจากแก้วมังกรเป็นพืชที่ไม่ค่อยชอบน้ำ ควรให้ปุ๋ยกับแก้วมังกรประมาณปีละ 2-3 ครั้ง โดยครั้งแรกใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 ใส่ให้ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ครั้งที่ 2 ใช้ปุ๋ยสูตรเดียวกันกับครั้งแรกใส่เพื่อบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ในช่วงเดือนมกราคม ส่วนครั้งที่ 3 ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-17-18 หรือสูตร 10-10-40 เพื่อเป็นการเร่งดอกในช่วงเดือนเมษายน ให้ตัดต้นแก้วมังกรที่มียอดสูงเกินเสาทิ้งเพื่อให้มีการแตกยอดใหม่ออกมามากๆ คอยกำจัดวัชพืชที่คอยแย่งอาหารแก้วมังกรอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดแต่งกิ่งให้สวยงามทุกๆ 2 ปี หลังจากที่ให้ผลผลิตจนหมดแล้ว และจะทำให้แตกกิ่งใหม่ออกมาได้มาก ซึ่งมักอยู่ในช่วงของเดือนตุลาคม

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
หลังจากที่ติดผลได้ประมาณ 2 เดือน ก็จะเข้าถึงระยะที่ทำการเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งสังเกตได้จากจะมีสีแดงทั่วทั้งผล โดยใช้กรรไกรที่สะอาดและคมตัด เพื่อป้องกันการบอบช้ำและเสียหายของกิ่ง

นอกจากจะปลูกแก้วมังกรในพื้นที่กว้างใหญ่เป็นจำนวนมากแล้ว แก้วมังกรยังสามารถปลูกเลี้ยงไว้ในกระถางได้ด้วย ซึ่งมีวิธีการดังนี้คือ ใช้เสาไม้ หรือเสาปูน ตั้งกลางกระถางปลูกที่เตรียมไว้ ใส่ขุยมะพร้าวลงในกระถาง 1 ส่วนของกระถาง อีก 2 ส่วนให้ใช้ดินผสมแกลบหรือขุยมะพร้าวใส่ลงไปให้เต็ม จากนั้นก็นำต้นแก้วมังกรลงปลูกให้ติดกับเสาและมัดให้ติดกันพอแน่นด้วยเชือก กลบดินให้เรียบร้อย ด้านแบนของต้นจะเป็นส่วนที่ออกรากจึงควรผูกด้านนี้ติดไว้กับเสา

ประโยชน์ของแก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก รวมถึงคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ใยอาหาร และพลังงาน เป็นต้น จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะเป็นผลไม้ที่มีไขมันไม่อิ่มตัว มีแคลอรี่ต่ำ มีเนื้อมาก เมื่อรับประทานจะรู้สึกอิ่มอยู่ได้นาน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แถมยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลอีกด้วย