การพรางตาของปลา

By -

ปลาส่วนใหญ่ที่หากินในระดับกลางน้ำและผิวน้ำ มักมีการสร้างสีต่างๆ เพื่อพรางตา เช่น ปลาตีนที่หากินอยู่ตามโคลนเลน จะมองเห็นได้ยากมาก สโตนฟิช Erosa ที่เดินอยู่ตามดงปะการัง ก็จะสังเกตได้ยากมาก ครีบที่ยื่นยาวของม้าน้ำบางชนิด ก็ดูเหมือนว่าเป็นสาหร่ายทะเล ปลาซีกเดียวที่ด้านบนมีสีเข้มเป็นจุด และด้านล่างมีสีขาว ถ้ามองจากด้านบนก็จะกลมกลืนไปกับพื้นทราย แต่ถ้ามองจากด้านล่างสีขาวที่กลืนไปกับท้องฟ้าเมื่อว่ายน้ำ ทำให้สัตว์อื่นที่อยู่ต่ำกว่าก็จะดูยาก ส่วนใหญ่ปลาผิวน้ำจะสังเกตได้ยากมาก เพราะมีสีสะท้อนแสง

การพรางตาโดยการสะท้อนแสง
ส่วนใหญ่ปลาผิวน้ำที่หากินในทะเลเปิดจะมีสีเงินวาวสะท้อนแสง ในปลาหลังเขียวเฮอริงจะเกิดจากเกล็ดสีเงิน ในปลาทู ลัง แมคเคอเรล จะเกิดจากชั้นผิวหนัง สารสีของผลึกกวานีนที่เรียงเป็นแผ่นแยกจากไซโตพลาสซึม จะทำให้เกิดแสงสะท้อนสีเงินขึ้น ศัตรูของปลาชนิดนั้นจะไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นภาพอะไร แต่จะเห็นเพียงแสงที่สะท้อนออกมาจากตัวปลาเท่านั้น เพื่อให้แสงส่องผ่านมากระทบทางด้านข้างปลาจึงจำเป็นต้องมีด้านข้างแบน ปลาจะปรับให้ลำตัวค่อยๆ แบนลงมาทางด้านข้าง ด้านท้องของมันจึงแบนบางมากเพื่อให้แสงสามารถผ่านเข้ามาได้ บางชนิดก็เป็นคมสันและมีสีขาว อวัยวะเรืองแสงก็มีอยู่ในหลายชนิด หรือที่ด้านท้องมีไฟฟ้าเพื่อพรางตา

อวัยวะเรืองแสง
สำหรับปลาที่หากินในระดับกลางน้ำและปลาทะเลลึก อวัยวะเรืองแสงจะมีความจำเป็นมาก และในพวกปลาบางชนิดที่หากินตามชายฝั่งน้ำตื้นก็อาจพบได้บ้าง เช่น อวัยวะเรืองแสงของปลาที่อยู่นอกชายฝั่งเบอมิวดา และแถบแอตแลนติคใต้ จะมีอยู่ถึง 70% จากการสำรวจปลาทะเลพบว่า มีปลา 10-15% ที่มีอวัยวะเรืองแสง ปลาจะใช้ประโยชน์จากแสงดังนี้

-เพื่อล่อเหยื่อ แสงของปลาบางชนิดอาจอยู่ในปาก ข้างตัว ฯลฯ ส่วนปลาที่มีแสงที่หัวคือ ปลาไฟฉาย-flashlight fish- Photoblepharon

-เพื่อติดต่อสื่อสารในพวกเดียวกัน

-เพื่อพรางตาไม่ให้ศัตรูเห็น

ส่วนใหญ่อวัยวะเรืองแสงจะสร้างมาเพื่อพรางตาทางด้านท้อง ศัตรูมักจะคิดว่าเป็นแสงธรรมชาติจากผิวน้ำเมื่อมองขึ้นมาดู สาเหตุการเกิดแสงมีอยู่ 3 ประการคือ

1. เกิดจากเซลล์เรืองแสงที่ปลาผลิตได้เอง

2. เกิดจากแบคทีเรียเรืองแสงที่อยู่ในตัวปลา โดยปลาจะเพาะเลี้ยงแบคทีเรียเหล่านี้ด้วยถุงพิเศษของมัน

3. เกิดจากปลากินกุ้งขนาดเล็กที่มีสารเคมีเรืองแสงเข้าไป สารเรืองแสงนี้จะถูกเก็บไว้ในอวัยวะเรืองแสง 2 แห่งทางด้านท้อง เมื่อกุ้งถูกย่อย พบได้ในปลาสเลนเดอร์สวีเปอร์(slender sweeper)

ปลาที่มีอวัยวะเรืองแสงทั้ง 2 แบบ มีเพียงชนิดเดียวคือ ปลาแองเกลอร์ Linophryne

1. อวัยวะเรืองแสงที่เกิดจากแบคทีเรีย(bacterial photophores)
อวัยวะนี้จะติดต่อกับท่อทางเดินอาหาร หรือมีรูเปิดนอกตัวติดต่อกับน้ำทะเล แบคทีเรียที่เข้ามาอาศัยอยู่ในตัวปลาตั้งแต่ระยะตัวอ่อน ที่พบได้มากในอวัยวะเรืองแสงของปลา ได้แก่แบคทีเรียในสกุล Photobacterium ในปลาแองเกลอร์ชนิดต่างๆ จากการวิเคราะห์ยีนพบว่า แบคทีเรียแต่ละชนิดจะเหมาะสำหรับโฮสท์แต่ละชนิดที่แตกต่างกัน และเป็นแบคทีเรียคนละชนิดที่หากินอิสระด้วย การเรืองแสงของแบคทีเรียพวกนี้จะมีอยู่ตลอดเวลา แต่ปลาจะมีแผ่นปิด หรือมีที่เก็บเพื่อปิดหรือเปิดแสงได้ ในปลาไฟฉายอวัยวะเรืองแสงจะประกอบด้วยแบคทีเรียจำนวน 1010 เซลล์/ลูกบาศก์เซนติเมตร ปลาไฟฉายจะออกหาเหยื่อในถ้ำตามดงปะการังในตอนกลางวัน มันจะดึงดูดความสนใจด้วยการเปิดปิดอวัยวะเรืองแสง มันจะว่ายออกมาหาอาหารพวกโคพีพอดส์โดยจะเปิดแสงตลอดเวลาในตอนกลางคืน แสงไฟในปลาบางชนิดจะอ่อนมาก เช่น Chorophthalmus ที่อวัยวะรอบทวารหนักของมันจะมีต่อมเรืองแสง เข้าใจว่าน่าใช้เพื่อการรวมฝูง

การพรางตาด้วยอวัยวะเรืองแสงบางชนิด บริเวณติ่งที่ยื่นมาจากท่อทางเดินอาหารของปลาบางชนิดจะมีอวัยวะเรืองแสงอยู่ หรืออาจแทรกอยู่ตามเนื้อเยื่อเกี่ยวพันด้านข้างลำตัว เพื่อช่วยให้มีการสะท้อนแสง อวัยวะเรืองแสงของปลาสกุล Opisthoproctus จะมีเป็นแผ่นเล็กๆ อยู่ใกล้กับทวารหนัก ด้านล่างของแถบเยื่อสีดำ ช่วยกระจายแสงเพื่อพรางตา

2. อวัยวะเรืองแสงที่ปลาผลิตได้เอง(intrinsic photophores)
ปลาไม่ต้องสร้างที่อยู่ให้กับแบคทีเรียเมื่อสามารถผลิตแสงได้ในตัวเอง อวัยวะเรืองแสงที่มันสร้างสามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย และทำได้หลายแห่งด้วย อวัยวะเรืองแสงของปลาแลนเทิร์น(myctophids) จะอยู่ทางด้านข้างลำตัวเป็นแถว ใช้ในการพรางตาและสื่อสารระหว่างพวกเดียวกัน ระหว่างตัวผู้กับตัวเมียแถบเรืองแสงนี้จะแตกต่างกัน

แสงที่ปล่อยจากอวัยวะเรืองแสงในปลาบางชนิดจะมีสีต่างกัน โดยเซลล์เรืองแสงภายในจะมีการสะท้อนแสง และมีเลนส์ช่วยสร้างสีสัน ควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ และฮอร์โมนอะดรีนาลีนและนอร์อะดรีนาลีนจะควบคุมการส่งสัญญาณ ทำหน้าที่คล้ายกับตา อวัยวะเรืองแสงของปลาแฮทเชทส่วนใหญ่ จะเป็นต่อมที่มีท่อเรียงกันเป็นแถวยาวด้านข้างลำตัว ภายในช่องเฉพาะที่บุด้วยสารสีดำจะผลิตแสงหรือไฟฟ้าอยู่ มีแผ่นผลึกกวานีนประกอบอยู่ในแผ่นสะท้อนแสงนี้ และมีแผ่นสีเงินคล้ายกระจกทางด้านนอก มีหน้าที่ช่วยกระจายแสง

3. สารเคมีเรืองแสง
เลนส์สีเหลือง(yellow lens)
ในอวัยวะเรืองแสงของปลาบางชนิดจะมีเลนส์สีเหลืองทำหน้าที่กรองแสงอยู่ การมองเห็น การกระจายแสง โดยเฉพาะในตอนกลางวันจึงทำได้ดีขึ้น พบเลนส์สีเหลืองได้ในปลา Opisthoproctus, Argyropelecus

ไฟสีแดงบนหัว(red head light)
สำหรับปลาที่หากินกลางน้ำ จะสังเกตอวัยวะที่มีแสงสีน้ำเงินได้ยากมาก บนหัวบริเวณใต้ตาของปลาสกุล Melacosteus, Pachystomias วงศ์ Stomiatoidae จะมีอวัยวะเรืองแสงสีแดงอยู่ ตาของปลาพวกนี้มีเรตินาพิเศษที่สามารถมองเห็นแสงสีแดงได้ ซึ่งปลาทะเลลึกและสัตว์น้ำลึกทั่วไปไม่สามารถมองเห็น ปลาพวกนี้จึงใช้แสงในการหาเหยื่อที่มองมันไม่เห็น

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ