การรับกลิ่น รส และฟีโรโมนของปลา

By -

ปลาจะมีการรับกลิ่น รส ทางเคมี ต่างจากการรับเสียง และแสง จุดกระจายกลิ่นจะมีความเข้มข้นสูงสุดแม้จะมาจากทุกทิศทาง ลม กระแสน้ำ และพาหะ สามารถทำให้กลิ่นกระจายไปได้ ปลาจะตอบสนองได้หลายรูปแบบจากการกระตุ้นของกลิ่นเหล่านี้ การอพยพของปลาสามารถกำหนดได้ด้วยกลิ่นบางชนิด ในน้ำการรับกลิ่นและรสจะทำได้ยากกว่าบนบก ในปาก เหงือก ส่วนหัว หนวด และบนครีบของปลาจึงมีต่อมรับรสอยู่มากมาย แต่บนลิ้นกลับไม่พบต่อมนี้

การรับสารเคมี(chemoreceptors)
รีเซฟเตอร์ที่มีชื่อเฉพาะว่า เซลล์กัสเตตอรี(gustatory cells) จะประกอบอยู่ในต่อมรับ บนยอดด้านบนเซลล์กัสเตตอรีจะมีไมโครวิลไลเป็นติ่งอยู่ และมีเซลล์สมองทำหน้าที่ควบคุมเซลล์พี่เลี้ยง การควบคุมต่อมรับรสที่อยู่ตามผิวตัวด้านนอกจะเป็นหน้าที่ของเส้นประสาทสมองคู่ที่7(เฟเซียล) การควบคุมต่อมรับรสในบริเวณคอหอยจะเป็นหน้าที่ของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 9(กลอสโซฟาริงเจียล) และคู่ที่ 10(เวกัส) หน้าที่ในการตรวจหาอาหารจะอยู่ที่ต่อมรับรสตามผิวหนัง และการตรวจคุณภาพของอาหารในปากจะเป็นหน้าที่ของต่อมรับรสในคอหอย

ภายในช่องจมูกจะมีต่อมรับกลิ่นที่มีลักษณะเป็นคู่อยู่ และมีเซลล์รีเซพเตอร์ประกอบอยู่ภายในมากมาย มีลักษณะคล้ายดอกกุหลาบและมีช่องให้น้ำเข้าออก หน้าที่ของเซลล์รีเซฟเตอร์จะคอยตรวจกลิ่นที่ผ่านน้ำเข้ามา แล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง ซึ่งควบคุมโดยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 จากสมองส่วนหน้า ช่องจมูกของแลมเพรย์และแฮกฟิชจะมีข้างละ 1 รู แฮกฟิชสามารถทำให้น้ำที่เข้ามาทางรูจมูกผ่านออกไปทางปากได้ เพราะมีท่อติดต่อระหว่างจมูกที่เปิดเข้าสู่คอหอย แต่ช่องจมูกที่เป็นกระเปาะตันของแลมเพรย์ จะไม่ได้ติดต่อกับคอหอย

ภายในช่องจมูกบริเวณเยื่อบุจะมีขน ทำหน้าที่โบกพัดให้น้ำไหลผ่านเข้าออก และรับความรู้สึกอยู่ด้วย ความไวในการรับกลิ่นของปลาแต่ละชนิดจะมีปริมาณที่แตกต่างกันไป ปลาที่สามารถรับกลิ่นเบตา-เฟนิลเอธิล แอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นเพียง 10-18 M ซึ่งเจือจางเกือบเท่าแอลกอฮอล์เพียงโมเลกุลเดียวเท่านั้น ได้แก่ ปลาตูหนา Anguilla abguilla

การหาอาหารและการรับสารเคมี(feeding and chemoreception)
ปลามีพฤติกรรมการหาอาหาร การล่าเหยื่อ การหลบหลีกศัตรู การสืบพันธุ์ และการกลับถิ่นกำเนิด เกี่ยวข้องกับการรับสารเคมีเข้าไป ปลามีความไวมากเป็นพิเศษต่อกรดอะมิโน ส่วนประกอบของโปรตีนที่เป็นอาหารปลา ก็คือกรดอะมิโน การสะกดรอยหาอาหารตามพื้นน้ำของปลาเนื้ออ่อนวงศ์ Siluridae ก็คือ หนวด อาหารของปลากดต่างประเทศ Ictalurus จะเป็นพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในบริเวณน้ำขุ่น ปลาชนิดนี้จะชอบออกหากินในตอนกลางคืน มันจะทดสอบรสชาติของอาหารก่อนที่จะกินด้วยต่อมรับรสที่อยู่ตามผิวหนัง เมื่ออาหารเข้าปากแล้วมันอาจจะคายทิ้งก็ได้ถ้าต่อมรับรสในปากปฏิเสธ ในการหาอาหารของปลาหลายชนิดอาจใช้เส้นข้างตัว และระบบรับสัญญาณไฟฟ้าสัมผัสด้วย นอกจากปลาทูน่าจะมีสายตาที่ไวแล้ว มันยังมีต่อมในจมูกที่ใหญ่เพื่อช่วยหาอาหาร มันจึงล่าเหยื่อได้เก่ง ปลาจะมีความกระตือรือร้น ว่องไวในการว่ายน้ำหาอาหารมากขึ้น เมื่อมีกลิ่นหรือสารสกัดจากเหยื่อมากระตุ้น มันจะรีบร้อนมากขึ้นถ้ากลิ่นอยู่ใกล้ๆ แต่ความกระตือรือล้นของมันจะลดลงเรื่อยๆ และเลิกสนใจไปในที่สุด ถ้าเวลาผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่พบที่มาของกลิ่นหรือสารนั้น

กลิ่นอาหารจะทำให้ฉลามมีปฏิกิริยากระสับกระส่าย เช่น กลิ่นเลือดที่ปนอยู่ในน้ำ แต่มันจะกระโจนและทำท่าทางเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้เมื่อได้ยินเสียงดังก่อกวน ปลามีหนวดสกุล Ictalurus สามารถสะกดรอยไปจนถึงแหล่งสารเคมีได้ดีในสภาวะน้ำนิ่ง เช่น สารละลายตับที่อยู่ไกลออกไปถึง 25 ช่วงตัว ปลาจะใช้วิธีหาทิศทางที่ความเข้มข้นของกลิ่นเพิ่มขึ้นและเข้ามายังจมูกสองข้างเท่ากันเพื่อตามหากลิ่นนั้น

การใช้สารเคมีช่วยในการสืบพันธุ์
ฟีโรโมน(pheromones) เป็นสารเคมีที่ปล่อยออกมาในสภาพแวดล้อม เพื่อช่วยในกระบวนการสืบพันธุ์ของปลา การสร้างฟีโรโมนในปลาแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน เมื่อถึงเวลาพร้อมผสมพันธุ์ของปลาบู่น้ำกร่อย Bathygobius sopoorator สิ่งที่มากระตุ้นและบอกให้ตัวผู้ทราบว่าพร้อมแล้วที่จะจับคู่กันคือ สารเคมีจากของเหลวในรังไข่ การจำแนกกลิ่นพิเศษที่ออกมาจากรังไข่ที่พร้อมจะผสมพันธุ์ ก็มีในปลาทองตัวผู้เช่นกัน และยังมีปลาตัวผู้อีกหลายชนิดที่สามารถได้กลิ่นฟีโรโมนจากรังไข่ของตัวเมีย เช่น ปลาวงศ์แซลมอน ปลาบิตเตอริง Rhodeus ปลาหมู Misgurnus ปลาอายู Plecoglossus และปลาไหลทะเล Anguilla และสารเคมี หรือฮอร์โมนส์ที่หลั่งมากับปัสสาวะ หรือของเหลวที่หลั่งออกมาในบางครั้ง ก็เป็นฟีโรโมนทั้งนั้น ในปลาทองอาจมีสารสเทียรอยด์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการสุกของไข่ และอสุจิด้วย

สารเคมีกับการเดินทางสู่แหล่งกำเนิด
ปลาสองน้ำที่ใช้ชีวิตในทะเลจนโตเต็มวัยพร้อมที่จะสืบพันธุ์ เช่น พวกปลาในวงศ์ แซลมอน เทราต์ และปลาคาร์ เมื่อถึงฤดูสืบพันธุ์มันก็สามารถเดินทางอพยพกลับไปยังแหล่งกำเนิดที่ต้นน้ำลำธารได้ ปลาสามารถกลับแหล่งกำเนิดได้ด้วยบทบาทการช่วยจากสารเคมี การเดินทางดังกล่าวก็มีเส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 และจมูกช่วยด้วย ปลาจะสูญเสียความสามารถในการเดินทางกลับแหล่งกำเนิดเมื่อทดลองตัดเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 และอวัยวะรับความรู้สึกในจมูกออก

มีสมมูติฐานของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งว่า บริเวณต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งกำเนิดของปลาวัยอ่อน น่าจะมีกลิ่นเฉพาะที่ทำให้ลูกปลาจำได้ ก่อนที่จะออกไปหากินในทะเล แต่กลิ่นพิเศษนี้นักวิชาการบางกลุ่มกล่าวว่าคือ ฟีโรโมน จากปลาในแหล่งกำเนิด ปล่อยออกมาเพื่อดึงดูดปลาในทะเล

ปลาจะไม่สามารถเดินทางกลับแหล่งกำเนิดได้ เมื่อทดลองนำไปปล่อยในแหล่งน้ำอื่นๆ ที่แตกต่างจากแหล่งอาศัยเดิม แสดงว่าฟีโรโมนจากแหล่งกำเนิดใช้ไม่ได้ผล แต่ในบ่ออนุบาลลูกปลาโคโฮแซลมอน ในระยะสมอลท์สองบ่อที่ใส่สารเคมีคนละชนิดกันคือ มอร์โฟลีนและฟีเนธิลแอลกอฮอล์ แล้วนำไปปล่อยในทะเล และเมื่อถึงวัยสืบพันธุ์ปลาที่เคยอยู่ในบ่ออนุบาลที่มีมอร์โฟลีน จะถูกจับได้ 95%ในแม่น้ำที่มีมอร์โฟลีน และปลาที่เลี้ยงในบ่ออนุบาลที่มีฟีเนธิลแอลกอฮอล์ จะถูกจับได้ถึง 92%ในแหล่งน้ำที่มีฟีเนธิลแอลกอฮอล์

ปลาที่สามารถแยกแหล่งน้ำที่พวกพ้องของตนอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี คือปลาวงศ์แซลมอน ความสามารถดังกล่าวเกิดจากเซลล์ประสาทรับสัญญาณไฟฟ้าที่อยู่ในบริเวณจมูก

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ