การเพาะเห็ดหูหนู

By -

ความพิเศษของเห็ดหูหนูอยู่ที่ความกรุบกรอบซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่หาไม่ได้จากเห็ดชนิดอื่น ๆ ซึ่งตามประวัติความเป็นมานั้นพบว่าชาวจีนเป็นกลุ่มแรกที่เริ่มรับประทานเห็ดหูหนู และก็ทำการเพาะเห็ดหูหนูด้วยท่อนไม้โอ๊ค

ลักษณะของเห็ดหูหนู

โดยทั่วไปจะมีสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลดำหรือปนแดง ลักษณะใสคล้ายแผ่นวุ้นแต่เหนียว ขอบหมวกหยักเป็นคลื่นหรือมีรอยจีบ

การเพาะเห็ดหูหนู

การเพาะเห็ดหูหนู

สภาพอากาศที่เหมาะสมที่สุดต่อการเจริญเติบโตของเห็ดหูหนู คือ อากาศร้อนชื้น ซึ่งในสภาพธรรมชาติแล้วสามารถพบเห็ดหูหนูเกิดขึ้นเองได้ตามขอนไม้ในฤดูฝน

การเพาะเห็ดหูหนูสามารถทำได้ทั้งวิธีการเพาะบนขอนไม้ และเพาะในถุงพลาสติก ซึ่งในบทความนี้เราจะนำเสนอวิธีการเพาะเห็ดหูหนูในถุงพลาสติกให้ได้รับทราบกันว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เตรียมเชื้อเห็ดหูหนู

เริ่มเตรียมอาหารสำหรับเชื้อเห็ดตามสูตรใด สูตรหนึ่ง ดังต่อไปนี้

สูตรที่ 1

ขี้เลื่อยหมัก 100 ลิตร

ข้าวโพดป่น 3-5 ลิตร

รำละเอียด 10-12 ลิตร

กากถั่วป่น 1 ลิตร

ดีเกลือ 0.1 ลิตร

ปูนขาว 0.5 ลิตร

น้ำสะอาด(โดยน้ำหนักของขี้เลื่อย) 70-75 %

สูตรที่ 2

ขี้เลื่อยหมัก 100 ลิตร

ใบกระถินป่น 3-5 ลิตร

รำละเอียด 10-12 ลิตร

กากถั่วป่น 1 ลิตร

ดีเกลือ 0.1 ลิตร

ปูนขาว 0.5 ลิตร

น้ำสะอาด(โดยน้ำหนักของขี้เลื่อย) 70-75%

สูตรที่ 3

ขี้เลื่อยหมัก 100 ลิตร

ข้าวโพดป่น 3 ลิตร

รำละเอียด 5 ลิตร

แป้งข้าวเจ้าหรือน้ำตาลทราย 2 ลิตร

ดีเกลือ 0.1 ลิตร

ปูนขาว 1 ลิตร

น้ำสะอาด(โดยน้ำหนักของขี้เลื่อย) 70-75 %

สูตรที่ 4

ขี้เลื่อยหมัก 100 ลิตร

กากเหล้า 2 ลิตร

ข้าวโพดป่น 2 ลิตร

ใบกระถินป่น 2 ลิตร

แป้งข้าวเจ้าหรือน้ำตาลทราย 2 ลิตร

ปูนขาว 1 ลิตร

น้ำสะอาด(โดยน้ำหนักของขี้เลื่อย) 70-75%

 

สำหรับสูตรอาหารข้างต้นทุกสูตรนั้น ขี้เลื่อยที่ใช้ควรเป็นขี้เลื่อยไม้ยางพาราหรือไม้เนื้ออ่อน และควรจะเป็นขี้เลื่อยกลางเก่ากลางใหม่ เพราะหากใช้ขี้เลื่อยใหม่จะก่อให้เกิดการสลายธาตุอาหารบางอย่างส่งผลให้มีก๊าซแอมโมเนียซึ่งจะทำอันตรายต่อเชื้อเห็ด และทำให้ความร้อนในก้อนเชื้อสูงเกินไปอีกด้วย ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ขี้เลื่อยใหม่ให้กองหมักทิ้งไว้สักระยะหนึ่งก่อนนำไปผสมกับสูตรอาหารอื่น ๆ ที่เตรียมไว้

สำหรับขี้เลื่อยที่เก่าเกินไปก็จะมีการสะสมของเชื้อโรค เชื้อราต่าง ๆ ทำให้เห็ดหูหนูไม่เจริญเติบโต

 

 วิธีหมักขี้เลื่อย

นำขี้เลื่อยมากองไว้ในที่ร่มจากนั้นรดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ ใส่ปุ๋ยคอกหมักในปริมาณ 3-5 % ของน้ำหนักขี้เลื่อยแห้ง เติมยิปซัมเข้าไป 1% จากนั้นคลุกผสมให้เข้ากันแล้วทำกองสูง ๆ ไว้

หมักทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อให้ขี้เลื่อยถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ เมื่อครบ 15 วันแล้ว เติมหินปูน 1.5-1% เติมดีเกลือ 0.1-0.2% ของน้ำหนักขี้เลื่อยแห้ง แล้วหมักทิ้งไว้อีก 15 วัน

 

ทำก้อนเชื้อเห็ด

เมื่อเตรียมสูตรอาหารได้ครบแล้วตามสูตรใดสูตรหนึ่งที่ให้ไว้ข้างต้น ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าเข้ากัน แล้วผสมน้ำลงไปให้ได้ความชื้นที่เหมาะสม (ใช้มือบีบดูแล้วแบมือออกก้อนขี้เลื่อยยังเป็นก้อนอยู่ หากระหว่างบีบมีน้ำไหลออกมาแสดงว่าแฉะเกินไป หรือถ้าแบบมือแล้วก้อนขี้เลื่อยแตกออกแสดงว่าแห้งเกินไป)

นำส่วนผสมทั้งหมดมาบรรจุลงในถุงพลาสติกที่ใช้สำหรับเพาะเห็ด อัดก้อนเชื้อให้แน่น ซึ่งเมื่ออัดจนแนน่นแล้วนั้น ถุงก้อนเชื้อควรมีน้ำหนักประมาณ 8 ขีด ถึง 1 กก.  ใส่คอพลาสติก ใช้สำลีอุด ปิดด้วยกระดาษ และรัดด้วยหนังยางให้แน่น

นำก้อนเชื้อเห็ดไปนิ่งฆ่าเชื้อ 3-4 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น

นำหัวเชื้อเห็ดที่เลี้ยงไว้ในเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้ประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อน เขี่ยลงในก้อนเชื้อที่เย็นดีแล้ว แล้วรีบปิดปากถุงด้วยสำลีและกระดาษทันที

สถานที่สำหรับใช้ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงก้อนเชื้อจะต้องสะอาดและลมสงบ วัสดุที่ใช้เขี่ยหัวเชื้อควรทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนทุกครั้ง

นำก้อนเชื้อที่ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงเรียบร้อยแล้วไปบ่มไว้ในโรงบ่มก้อนเชื้อต่อไป

 

การบ่มก้อนเชื้อเห็ดหูหนู

โรงบ่มก้อนเชื้อควรมีอุณหภูมิอยู่ที่  25-30 องศาเซลเซียส ในระยะ 10 วันแรก สถานที่บ่มต้องเป็นที่ซึ่งไม่มีลดโกรก เพื่อให้เส้นใยในก้อนเชื้อเห็ดเติบโตอย่างเร็ว

หลังจากนั้นให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและให้ก้อนเชื้อถูกแสงสว่างบ้าง ซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 25-30 วัน ในการที่เส้นใยจะเจริญเติบโต

สำหรับการวางก้อนเชื้อ ถ้าวางแนวตั้ง ไม่ควรวางซ้อนกัน แต่ถ้าวางแนวนอนสามารถวางซ้อนกันได้ ในระยะที่เส้นใยเจริญเติบโตต้องหมั่นกลับก้อนเชื้อด้านล่างขึ้นด้านบนเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ในช่วงที่เส้นใยจะเดินเต็มถุง ต้องหมั่นตรวจดูโรคแมลง มด มอด แมลงสาบ ปลวกหรือไร หากพบให้รีบนำก้อนเชื้อออกไปกำจัดทันที หรือฉีดพ่นด้วยสารสกัดตะไคร้หอมรอบ ๆ โรงบ่มเพื่อป้องกันไว้ก่อนได้

เห็ดหูหนู

การทำให้เกิดดอก

เมื่อเส้นใยเห็ดเดินจนเต็มก้อนเชื้อแล้ว ให้ย้ายก้อนเชื้อไปกรีดถุงไว้ที่โรงเพาะ โดยให้ถอดคอขวดพลาสติกออกแล้วรวบปากถุงมัดยางให้แน่น ใช้มีดคม ๆ กรีดข้างถุงเป็นแนวเฉียงช่วงสั้น ๆ ประมาณ 1 นิ้ว ดอกเห็ดจะออกตามแนวกรีดหากกรีดยาวเกินไปขนาดดอกที่ออกมาจะไม่เสมอกัน

โรงเรือนที่ใช้เพาะนั้นต้องเก็บความชื้นได้ดี อุณหภูมิภายในประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส  ความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 95% มีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี

วิธีวางก้อนเชื้ออาจวางบนชั้นแต่ละถุงห่างกันประมาณ 5-7 ซม.เช่นกัน วิธีการควบคุมความชื้นในระยะนี้ อาจใช้วิธีการพ่นน้ำฝอย ๆ วันละ 2-3 ครั้ง หรือรดน้ำที่พื้นโรงเพาะก็ได้ (ถ้าใช้น้ำประปาควรพักน้ำไว้ 3-4 วัน เพื่อคลอรีนระเหยออกไปก่อน) เห็ดหูหนูที่เพาะด้วยวิธีนี้จะเก็บผลผลิตได้หลังจากรีดข้างถุงแล้วประมาณ 10-15 วัน โดยในถุงหนึ่ง ๆ จะสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 2-3 ดือน