กุหลาบหิน

By -

ชื่อสามัญ : kalanchoe
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kalanchoe blossfeldiana
ชื่อวงศ์ : Crassulaceaeดอกกุหลาบหิน

กุหลาบหิน เป็นไม้อวบน้ำทรงพุ่มเตี้ย มีอายุอยู่ได้นานหลายปี ถิ่นกำเนิดของพันธุ์ไม้ชนิดนี้อยู่ในอัฟริกาและเอเชีย ปลูกเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว ดอกมีสีสันสวยงาม สามารถช่วยดูดสารพิษในอากาศได้แต่อยู่ในอัตราที่น้อย เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อประดับอาคารบ้านเรือน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
กุหลาบหิน เป็นไม้ประดับที่มีทรงพุ่มเตี้ย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30-40 ซม. สามารถแตกหน่อขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว สำหรับพันธุ์ที่นิยมปลูกกันในทุกวันนี้จะมีความสูงไม่เกิน 1 ฟุต และมีทรงพุ่มสวยกระทัดรัด

ใบ
ลักษณะของใบคล้ายรูปไข่หรือค่อนข้างกลม ออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงสลับซ้อนกันคล้ายดอกกุหลาบ แผ่นใบมีสีเขียว อวบน้ำ ขอบใบหยักเล็กน้อย ปลายใบและโคนใบมนหรือแหลม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 1.5 นิ้ว ยาวประมาณ 3 นิ้ว

ดอก
กุหลาบหินจะออกดอกเป็นช่อ และชูตั้งขึ้นเหนือทรงพุ่ม ซึ่งภายในช่อจะมีดอกย่อยขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีทั้งสายพันธุ์ที่มีดอกย่อยสีแดง ชมพู ส้ม หรือเหลือง เป็นต้น แต่ในอดีตนั้นช่อดอกจะมีเพียงเฉพาะสีแดงเท่านั้น โดยดอกที่บานชุดแรกจะมีสีสดสวยสะดุดตามาก ต่อมาเมื่อให้ดอกเป็นชุดที่สองสีก็จะไม่สวยสดเหมือนชุดแรก ดอกกุหลาบหินจะบานพร้อมกันหมดทั้งต้น ซึ่งจะอยู่ในช่วงของเดือนมกราคม-มีนาคม

สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบัน คือ
พันธุ์ดอกสีแดง-Ramona, Tetra Vulcan
พันธุ์ดอกสีชมพู-Adagio, Largo
พันธุ์ดอกสีเหลือง-Yellow tom thum, Morning sun
พันธุ์ดอกสีส้ม-Exotica, Nugget, Pixie, Rhumba

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการปักชำจากยอดและใบ และการเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ด
สำหรับการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดต้องทำด้วยความพิถีพิถันและระมัดระวัง เนื่องจากเมล็ดของกุหลาบหินจะมีขนาดประมาณ 1 ออนซ์เท่านั้น และในแต่ละต้นจะมีเมล็ดได้มากถึง 1-2.5 ล้านเม็ด ทำได้โดยหว่านเมล็ดลงในวัสดุที่ใช้เพาะ และไม่ต้องกลบเมล็ด ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน เมล็ดก็จะงอกออกมา

การปักชำใบ
ทำได้โดย ตัดใบจากต้นพันธุ์ให้มีก้านใบติดอยู่ประมาณ 0.5-1 นิ้ว แล้วนำไปปักชำในวัสดุที่เตรียมไว้ วิธีนี้รากจะงอกออกมาช้ากว่าการเพาะเมล็ด คือ ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากปักชำก็จะเริ่มมีรากออกมาจากโคนก้านใบ และภายใน 2 เดือนก็จะกลายเป็นต้นใหม่

การดูแลรักษา
กุหลาบหินสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะเจริญได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีส่วนผสมของดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน มีการระบายน้ำได้ดี ต้องการแสงแดดจัดๆ ถ้าปลูกในที่ร่มใบจะมีสีเขียวเข้มและไม่ค่อยมีดอก อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเติบโตจะอยู่ระหว่าง 18-24 องศาเซลเซียส ต้องการความชื้นในขนาดปานกลาง มีอัตราการคายความชื้นน้อย โดยให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วงที่กำลังให้ดอกควรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักละลายน้ำรดให้ เพื่อให้ได้ดอกสวยงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฤดูที่เหมาะสมในการเพาะปลูกจะอยู่ในช่วงของเดือนกันยายน ควรมีการตัดช่อดอกที่เหี่ยวเฉาทิ้งไปเพื่อให้มีการเกิดช่อใหม่ขึ้นมาแทน ถ้าต้องการให้กุหลาบหินบานนอกฤดู ทำได้โดยใช้มุ้งที่ทำจากผ้าซาตินสีดำคลุมต้นที่สมบูรณ์แล้วประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ก็จะเริ่มให้ดอก

กุหลาบหินเป็นไม้ประดับกระถางที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้งที่แดดจัดๆ ให้ดอกที่มีสีสันสวยสดงดงาม ดอกบานได้ทนทานกว่าดอกไม้ชนิดอื่น สามารถปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร