ชงโคดอกเหลือง

By -

ชื่อสามัญ Bell Bauhinia ,Yellow Bauhinia, Yellow Bell Bauhinia, Yellow Bell Orchid Tree, Yellow Butterfly Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bauhinia tomentosa L.
ชื่อวงศ์ Fabaceae, Leguminosae, Caesalpiniaceae
ชื่ออื่นๆ ว่านพญากาหลง, โยทะกาชงโคดอกเหลือง

ชงโคดอกเหลือง เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มที่จัดอยู่ในวงศ์ของถั่ว เป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศอินเดีย ศรีลังกา แอฟริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีความสูงของลำต้นประมาณ 1-3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มมากมาย บริเวณกิ่งอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลขึ้นปกคลุม เมื่อสัมผัสทุกส่วนของลำต้นจะมีกลิ่นหอม

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันตามกิ่ง ปลายใบมนเว้าลึกแยกเป็น 2 พู มองดูคล้ายใบแฝด แผ่นใบเรียบเป็นสีเขียว ขอบใบเรียบ มีเส้นใบประมาณ 7-9 เส้น มีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ที่ด้านล่างของใบแบบประปราย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใบมีประมาณ 4-8 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1-3 ซม.

ดอก
ออกเป็นช่อสั้นๆ บริเวณปลายกิ่งประมาณ 1-2 ดอก ก้านดอกยาวประมาณ 1 ซม. มีกลีบดอกรูปไข่กลับสีเหลืองขนาดไม่เท่ากันจำนวน 5 กลีบ กลีบดอกบาง จะมีลักษณะงองุ้มเรียงซ้อนกันและห้อยลงมาคล้ายรูประฆัง โคนกลีบดอกด้านในเป็นสีน้ำตาล เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม. บริเวณกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้จำนวน 10 อัน หลังจากที่ดอกบานได้ประมาณ 1-2 วัน ก็จะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีชมพูอมม่วง สามารถติดดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี

ผล
มีลักษณะเป็นฝักแบน มีขนอ่อนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่หนาแน่น ปลายฝักแหลม ขนาดฝักมีความกว้างประมาณ 1-1.5 ซม. ยาวประมาณ 7-15 ซม. เมื่อฝักแก่จะสามารถแตกออกได้

เมล็ด
ภายในฝักจะมีเมล็ดลักษณะกลมแบนสีน้ำตาล ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านกลางประมาณ 1 ซม. อยู่ประมาณ 4-6 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีส่วนผสมของใบไม้ผุ สามารถระบายน้ำได้ดี ต้องการน้ำในปริมาณมาก ชอบความชื้นสูง ต้องการแสงแดดจัดประมาณครึ่งวัน ทนทานต่ออากาศร้อนได้ดี มักจะติดดอกออกผลหลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 1 ปี

ประโยชน์
เนื่องจากมีดอกและใบที่สวยงาม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่ต่างๆ คนโบราณมีความเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่มีคุณทางเสน่ห์เมตตามหานิยม ใบชงโคสีเหลืองสามารถนำมาเป็นอาหารสัตว์หรือใช้ทำเป็นสีย้อมผ้าได้ ส่วนเส้นใยจากลำต้นสามารถนำมาสานเป็นเครื่องใช้ประเภทตะกร้าได้

สรรพคุณทางยา
ราก-ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาสมุนไพรเพื่อถ่ายพยาธิได้
เปลือกต้น-นำมาชงเป็นชาใช้กลั้วคอ
ดอก-ใช้ต้มเป็นยาดื่มแก้อาการบิด หรือท้องร่วง
ผล-ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาช่วยขับปัสสาวะ
เมล็ด-ใช้เป็นยาช่วยกระตุ้นทางเพศ
น้ำยางจากเมล็ด-ใช้ผสมกับน้ำส้มสายชูแล้วนำมาทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย