ชะมวง มีประโยชน์อย่างไร

By -

ต้นชะมวง มักขึ้นในป่าดิบและมีปลูกทั่วไปทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ ชะมวงเป็นชื่อเรียกทางภาคกลาง ส่วนในภาคอื่น ๆ อาจพบว่าเรียกต่างกันดังนี้ กะมวง (ภาคใต้) มวงส้ม (นครศรีธรรมราช) หมากโมก (อุดรธานี)

ลักษณะของต้นชะมวง

ไม้ต้น สูงไม่เกิน 20 ม. ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนเกลี้ยง เปลือกสีนํ้าตาลอมเทา ค่อนข้าง เรียบ

ใบ เดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรี รูปใบหอก หรือ ใบหอกกว้าง กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 8-13 มม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นใบมองเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 8- 13 มม.

ดอก สีเหลือง ค่อนข้างเล็ก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้มักจะออกตามกิ่งเป็นกระจุก กระจุกละ 3-8 ดอก ดอกบานกว้าง 10-13 มม, ก้านดอกใหญ่และสั้น ประมาณ 6 มม. กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปไข่กว้าง กลีบดอกมี 4 กลีบ ยาวพอ ๆ กับกลีบเลี้ยง สืเหลือง ด้านในสีชมพู หรือ สีแดงอมม่วง เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ก้านเกสรสั้นมากติดกันเป็นกลุ่ม รูปสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางดอก

ดอกเพศเมียมี 2-5 ดอก ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกคล้ายดอกเพศผู้ แต่กลีบดอกยาวกว่า ดอกบานกว้าง 12-15 มม. เกสรเพศผู้เทียมเรียงรอบ ๆ รังไข่ ก้านเกสรติด กันเป็นกลุ่ม ๆ ปลายก้านมีต่อม 1 ต่อม รังไข่กลม ไม่มีก้าน ยอดเกสรเป็นรูปดาว 6-8 แฉก

ผลกลมหรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-4 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. มี 5-8 พู ด้านบนแบนเล็กน้อย และมียอดเกสรเพศเมียติดอยู่ ผิวสีเหลืองอมส้ม เนื้อและเยื่อหุ้มเมล็ดสีล้มอ่อน เมล็ดรูปขอบขนาน ยาว 13- 20 มม.

ชะมวง

ประโยชน์และสรรพคุณของชะมวง

- ราก : ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ แก้บิด

- ต้น : ให้ยางใส (resin) ที่ใช้ทางยาได้  ให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า

- ใบ : ใช้ปรุงเป็นยากัดฟอกเสมหะและโลหิต แก้ไอ

- ใบอ่อน : กินได้ มีรสเปรี้ยว ผล หั่นเป็นแว่นตากแห้ง ใช้กินเป็นยาแก้บิด