ชาลีขม

By -

ต้นชาลีขมหรือต้นชิงช้าชาลี เป็นไม้เถาคล้ายบอระเพ็ด จะแตกต่างกันที่เถาชาลีขมมีตุ่มน้อยกว่า และมีตุ่มคู่หนึ่งอยู่บนแผ่นใบตรงโคนเส้นกลางใบบริเวณที่ติดกับก้านใบ บางถิ่นเรียก จุ้งจาลิง(พายัพ) (คำ “จุ้งจา” แปลว่า “ชิงช้า” ใช้กันที่จังหวัดลำปางและเชียงใหม่)ต้นชิงช้าชาลี

พืชนี้มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Tinospora baenzigeri Forman ในวงศ์ Menispermaceae พืชชนิดนี้เป็นไม้เถาเลื้อย ตามลำต้นมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปหัวใจ กว้างและยาว ๖-๑๐ ซม. ด้านหลังใบที่โคนเส้นกลางใบบริเวณที่ติดกับก้านใบมีตุ่มเล็กๆ ๒ ตุ่ม ดอกออกเป็นช่อ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกย่อยมีขนาดเล็กมาก ช่อดอกตัวผู้ยาว ๙-๒๐ ซม. ดอกย่อยมักออกเป็นกระจุก กระจุกละ ๓ ดอก บนแกนช่อดอก ก้านดอกย่อยยาว ๒-๔ มม. กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน ชั้นนอก ๓ กลีบ ชั้นใน ๓ กลีบ กลีบดอกเห็นเพียง ๓ กลีบนอก เกสรตัวผู้มี ๖ อัน ช่อดอกตัวเมียยาว ๒-๖ ซม. ดอกย่อยออกเดี่ยวๆ บนแกนช่อดอก มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยงเหมือนดอกตัวผู้ มีเกสรตัวผู้เทียม ๖ อัน รังไข่มี ๓ ห้อง ผลเป็นชนิดมีเนื้อ มีเมล็ดแข็งเมล็ดเดียว ผลรูปไข่หรือรูปกลมรี เมื่ออ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองสด

โบราณว่ารากมีรสขม มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้โลหิตเป็นพิษ แก้ไข้เหนือ แก้ไข้สันนิบาต แก้ดีซ่าน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยย่อยอาหาร แก้กามโรค แก้โรคผิวหนังบางชนิด

ทั้งเถาและใบ มีรสขม มีสรรพคุณแก้ไข้ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้กระหายน้ำ ช่วยขับน้ำย่อยอาหาร แก้ตานซาง แก้พิษฝีดาษ แก้สะอึก บำรุงน้ำดี

ใบสด ตำพอกแผล ทำให้แผลเย็น แก้ปวด ถอนพิษ

ตำรายังว่าเถาชาลีขมมีทั้งรสขมและคุณภาพอ่อนกว่าบอระเพ็ดครึ่งหนึ่ง แต่ใช้ประโยชน์ได้เหมือนบอระเพ็ด และใช้แทนกันได้ แต่ต้องใช้เถาชาลีขมเป็น ๒ เท่าของขนาดที่ใช้ในบอระเพ็ด

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์