ชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์ของปลา

By -

ผู้ที่กำหนดและตั้งชื่อปลาเพื่อการสื่อความหมายให้เข้าใจคือ มนุษย์ในแต่ละท้องถิ่น ชื่อแต่ละชื่อของปลามักบอกให้เราทราบถึงเอกลักษณ์ของปลาชนิดนั้น เช่น ปลาเพี้ยหรือปลาระกา ผู้ที่ไม่เคยพบเห็นปลาชนิดนี้มาก่อนก็คงพอจินตนาการได้ว่าเป็นปลาที่มีตัวสีดำ ปลาทอง ก็คงเป็นปลาสวยงามที่มีสีทอง ปลาบางชนิดจะมีชื่อที่สื่อความหมายถึงขนาด รูปร่าง หรือลักษณะเด่นบางอย่างในตัว เช่น ปลาซีกเดียว ปลาตาโต ปลาตอพอง ปลาดุกยักษ์ หรืออาจเป็นชื่อที่สื่อถึงความสวยงาม อาจมีการเปรียบเทียบความสวยงามของปลากับสัตว์สวยงามอื่นๆ เช่น ปลาหางนกยูง ที่มีหางสีสันสวยงามคล้ายหางนกยูง ปลาเทวดาที่สวยงามคล้ายกับเทวดา หรืออาจเป็นชื่อที่สื่อถึงลักษณะนิสัยของมัน เช่น ปลากัด ซึ่งตัวผู้จะมีความดุร้ายสามารถนำมากัดกันเพื่อการกีฬาได้

ชื่อสามัญไทยและต่างประเทศ
ปลาต่างประเทศหลายชนิดก็มีชื่อสามัญที่สื่อความหมายถึงเอกลักษณ์ของปลาชนิดนั้นๆ เช่น milk fish เป็นปลาที่มีสีขาวนวลคล้ายสีของน้ำนม แต่คนไทยตั้งชื่อว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เพราะไปนึกถึงความขาวนวลของเงาดวงจันทร์ในน้ำทะเล ชื่อสามัญของปลาหลายชนิดที่เป็นชื่อไทยและชื่อต่างประเทศ สามารถแปลความหมายได้ตรงกับพจนานุกรม เช่น ปลาเฉา หรือปลากินหญ้า ซึ่งในภาษาจีน คำว่า “เฉา” แปลว่า “หญ้า” ส่วนในภาษาอังกฤษก็ตรงกับคำว่า grass carp ชาวจีนเรียกปลาทองว่า กิมฮื้อ ซึ่งกิม แปลว่า ทอง และฮื้อ ก็แปลว่า ปลา ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า gold fish

ปลาที่มีหนวดทั้งหลายชาวต่างประเทศจะเรียกว่า catfishes ที่แปลว่า ปลาแมว แต่ปลาเหล่านี้ ชาวไทยจะเรียกชื่อหลากหลายกันไป เช่น ปลาดุก ปลากด ปลาแขยง ปลาสวาย ที่ใช้คำว่า ปลามีหนวดแทนคำว่า ปลาแมวในภาษาไทย เพราะอาจสับสนกับปลาแมวของไทยที่อยู่ในกลุ่มปลามงโกรยและหมากผาง(anchovy) ปลาไทยและปลาต่างประเทศ อาจมีชื่อสามัญที่แปลตรงตามศัพท์แล้วทำให้เกิดความสับสนมีอยู่มากมายหลายชื่อ เช่น ปลาไหลทะเล Anguilla spp. ที่ชาวไทยปักษ์ใต้เรียกว่า ปลาตูหนา แต่ชาวประเทศจะเรียกว่า freshwater eel เพราะถ้าเรียกว่าปลาไหลน้ำจืด ก็จะไปซ้ำกับปลาไหลน้ำจืดอีกชนิดหนึ่งของไทย คือ Fluta alba ที่อาศัยอยู่ตามบึงและหนองน้ำต่างๆ

ปลาบางชนิดเมื่อเขียนชื่อเป็นภาษาไทยต้องใส่วรรณยุกต์กำกับไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น tuna ถ้าเขียนทับศัพท์ว่า ปลาทูนา ผู้อ่านอาจเข้าใจว่าเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนาก็ได้ เพื่อสื่อความหมายว่าเป็นปลาต่างประเทศ จึงใช้คำว่า ทูน่า แทน

ชื่อสามัญของปลาบางชนิดที่มนุษย์ตั้งตามความรู้สึก อาจเป็นปลาหลายสปีชีส์ก็ได้ เช่น dragon fishes แปลเป็นไทยได้ว่า ปลามังกร ซึ่งเป็นปลาทะเลที่อยู่ในวงศ์ Stomiidae แต่ไทยมีปลามังกรอยู่หลายชนิด เช่น ปลามังกร หรือปลายอดจากซึ่งเป็นปลาไหลทะเลชนิดหนึ่ง และปลาที่อยู่ในวงศ์ Pegasiidae ชาวไทยจะเรียกว่า มังกรทะเลหรือปลามังกร ปลามังกรอาจหมายถึงปลาที่อยู่ในวงศ์ปลากะรังหัวโขน สปีชีส์หนึ่งที่เป็นปลาสวยงาม คือ Pterois sp. ซึ่งมีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น globin fish, scorpion fish, sting fish, fire fish ซึ่งคำเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าปลามังกรเลย และยังมีปลามังกรน้อยในวงศ์ Callionymidae อีกด้วย ต่อมาได้มีการสั่งซื้อปลาอะโรวานาหรืออะราไพมาจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งปลาชนิดนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาตะพัด พ่อค้าได้ตั้งชื่อทางการค้าให้ปลาชนิดนี้ว่า เป็นปลามังกรพันธุ์ต่างๆ เช่น มังกรทอง มังกรลายเงิน ชาวจีนจะเรียกว่า เล่งฮื้อ ซึ่งแปลว่า ปลามังกร เพื่อความเป็นศิริมงคล นอกจากนี้ชาวมาเลเซียยังมีปลามังกรหรือมังกรทะเล(sea dragon) ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับม้าน้ำด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ได้รับการยอมรับทั่วโลกหรือไม่
ทุกวันนี้การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์น่าจะเป็นที่ยอมรับกันทั่วทุกมุมโลก แต่ทุกวันนี้ระหว่างนักวิชาการสาขาต่างๆ ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่มากมาย ความคลาดเคลื่อนในการจัดลำดับคลาสและวงศ์ต่างๆ ก็ยังมีอยู่ และยังหาข้อยุติไม่ได้ในบางครั้ง เช่น นักวิชาการบางท่านบอกว่า ปลาปากกลมแลมเพรย์และแฮกฟิช เป็นปลาในคลาสเดียวกัน แต่บางท่านก็ว่าไม่ใช่ปลาในคลาสเดียวกัน และอีกหลายท่านก็ว่า แลมเพรย์กับแฮกฟิชไม่ใช่ปลา ดังนั้น ชื่อสามัญของปลาจึงนิยมใช้กันมากกว่าชื่อวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ประเทศของกลุ่มอเมริกาเหนือ โดยมีผู้ที่กำหนดชื่อให้เป็นสากล คือ ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมประมงอเมริกัน เช่น ชินุคแซลมอน(Chinook salmon) หมายถึง ปลาคิงแซลมอน หรือปลาไทอี(tyee) ชื่อนี้เป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์ นักตกปลา นักธุรกิจที่ทำกิจการปลา ชาวประมง ฯลฯ ซึ่งได้ใช้มานานแล้ว แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาชนิดนี้กับไม่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น คือชื่อ Oncorhynchus tshawytscha ปลาเรนโบว์เทราต์(rainbow trout) มีชื่อสามัญเป็นที่รู้จักกันมาโดยไม่เปลี่ยนแปลงกว่า 50 ปี แต่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อวิทยาศาสตร์ไปหลายครั้ง ตั้งแต่ชื่อ Salmo irideusSalmo gairdneriOncorhynchus mykiss ซึ่งในปี ค.ศ. 1988 ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อสุดท้ายนี้ หลังจากที่มีการประชุมของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่มีหน้าที่ตั้งชื่อปลา ได้ตกลงกันว่า

1. ปลาเรนโบว์เทราต์กับปลาแซลมอนแปซิฟิก มีความใกล้ชิดทางสายเลือดมากกว่าปลาแซลมอนแอตแลนติก

2. ปลาเรนโบว์เทราต์ที่พบในอเมริกาเหนือกับปลาเรนโบว์เทราต์เอเซียควรเป็นปลาชนิดเดียวกัน

3. แต่การค้นพบและการตั้งชื่อจะเกิดขึ้นกับปลาเรนโบว์เทราต์เอเซียก่อน ซึ่งมีชื่อที่สองของสปีชีส์ว่า mykiss ดังนั้นชื่อใหม่ทางวิทยาศาสตร์ของปลาเรนโบว์เทราต์จึงมีว่า Oncorchynchus mykiss

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ