ช้อยนางรำต้นไม้ที่มีความอัศจรรย์

By -

ชื่อสามัญ Telegraph plant, Semaphore plant
ชื่อวิทยาศาสตร์ Codariocalyx motorius (Houtt.) H.Ohashi
ชื่อวงศ์ FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE
ชื่ออื่นๆ ว่านมีดยับ, แพงแดง, ค่อยช้างรำ, ช้อยช่างรำ, นางรำ แพวแดง, เคยแนะคว้า, สาวน้อยเริงระบำ, ว่านกายสิทธิ์ต้นช้อยนางรำ

ช้อยนางรำ เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นถั่ว มักเจริญเติบโตอยู่ตามธรรมชาติในบริเวณที่เป็นป่าชื้นทั่วไป จัดเป็นว่านชนิดหนึ่ง แต่ไม่มีหัวที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน เป็นพรรณไม้ที่ค่อนข้างหาได้ยากในปัจจุบัน สามารถปลูกเลี้ยงไว้เป็นไม้ประดับหรือใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพรก็ได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้พุ่มจำพวกหญ้าที่มีขนาดเล็ก เปลือกลำต้นเป็นสีไม้แห้ง มีความสูงประมาณ 90 ซม.

ใบ

ใบช้อยนางรำ ประกอบไปด้วยใบย่อยรูปไข่จำนวน 3 ใบ ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 1-3 ซม. ยาวประมาณ 2-7 ซม. แผ่นใบมีสีเขียว ขอบใบเรียบ ด้านบนใบเรียบเป็นมัน ส่วนด้านล่างของใบมีขนละเอียดปกคลุมอยู่ทั่ว ใบอ่อนของพรรณไม้ชนิดนี้จะกระดิกได้อย่างน่าอัศจรรย์ตามจังหวะการตบมือเหมือนมีวิญญาณ แม้จะปลูกไว้ในกระถางและนำไปวางในตู้ไม่ให้โดนลมก็ตาม ซึ่งสันนิษฐานกันว่า ต้นไม้ชนิดนี้น่าจะมีปุ่มหรือสารที่สามารถรับคลื่นเสียงได้ จึงเคลื่อนไหวไปได้เหมือนนางรำ

ดอก
ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด หรือด้านข้าง สลับกัน กลีบดอกมีสีม่วงอมขาวหรือสีม่วงแดง เป็นดอกขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายดอกถั่วแปบ กลีบเลี้ยงมีลักษณะคล้ายรูปกระดิ่ง

ผลดอกช้อยนางรำ
มีลักษณะเป็นฝักแบนๆ มีความกว้างประมาณ 0.3 ซม. ยาวประมาณ 2.5 ซม.

เมล็ด
มีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วดำ แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งในแต่ละฝักจะประกอบไปด้วยเมล็ดสีดำขนาดเล็กนี้ประมาณ 2-6 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการใช้เมล็ด ช้อยนางรำเป็นพืชที่ค่อนข้างปลูกเลี้ยงได้ยาก ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือน เนื่องจากอาจทำให้ต้นตายได้ง่ายๆ

ประโยชน์ที่นำมาใช้
เป็นพรรณไม้ที่แปลกมักปลูกไว้ดูเล่น และด้วยมีดอกที่สวยงาม และมีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า เป็นพืชสมุนไพรที่มีความศักดิ์สิทธิ์ หากปลูกเลี้ยงไว้ก็จะทำให้มีอำนาจ เกิดโชคลาภไม่ขาด และส่งผลด้านเมตตามหานิยมด้วย

ช้อยนางรำจัดเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ทางด้านโภชนาการมากมาย เช่น มีทั้งแคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม ไวตามินเอ เบต้าแคโรทีน ไวตามินซี คลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยไม่ให้แก่ก่อนวัยอันควร และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย

สรรพคุณทางยาโบราณ
ราก-ใช้เป็นยาแก้ไข้ลมเพลมพัด ช่วยบำรุงประสาท ขับปัสสาวะ
ต้น-ใช้เป็นยาแก้ฝีภายใน ช่วยดับพิษร้อน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ
ใบ-ใช้เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้พิษ แก้ฝีภายใน ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงประสาท

ทั้งส่วนของต้น ราก และใบ ยังนำไปผสมกับตัวยาแผนโบราณตัวอื่นๆ ได้อีกหลายขนาน หรือนำมาบดให้ละเอียดใช้ผสมกับปรอทในปริมาณที่เท่ากัน แล้วนำไปกวน ก็จะช่วยทำให้ปรอทแข็งตัวได้