ซากุระดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่น

By -

ซากุระ
ชื่ออังกฤษ: Cherry blossom, Japanese flowering cherry

ซากุระไม่ใช่ดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น มีหลายชนิดจัดอยู่ในจำพวกเชอร์รี่ ในสกุล Prunus เช่น P. jamasakura และP. serrulata

ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนตอนใต้, เกาะไต้หวัน, หมู่เกาะโอกินาวา, ญี่ปุ่น มีดอกสีขาว มีจำนวนกลีบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด เมื่อดอกซากุระร่วงก็มักจะร่วงพร้อมๆ กันจนหมด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นทหารและความเป็นบูชิโดของญี่ปุ่นซากุระ

นอกจากที่ญี่ปุ่นแล้วในหลายๆ ประเทศก็มีดอกซากุระอยู่ด้วย เช่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน เป็นต้น แต่มักไม่มีกลิ่น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิก็เริ่มอุ่นขึ้น เป็นช่วงที่ดอกซากุระกำลังจะบานให้ได้ชมความสวยงามและส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา

ในภาษาญี่ปุ่นเชื่อกันว่า คำว่า “ซากุระ” กร่อนมาจากคำว่า “ซะกุยะ” ที่มีความหมายว่า “ผลิบาน” ซึ่งเป็นชื่อของเทพธิดา “โคโนฮะนะซะคุยาฮิเม” ในเทพปกรณัมของญี่ปุ่น ซึ่งบนยอดเขาฟูจิจะมีศาลบูชาพระองค์อยู่ ความหมายของพระนามเทพธิดาองค์นี้ แปลว่า “เจ้าหญิงดอกไม้บาน” สาเหตุที่เทพธิดาองค์ดังกล่าวได้รับพระนามเช่นนี้ก็เพราะมีเรื่องเล่ากันมาว่า ได้ตกจากสวรรค์ลงมาบนต้นซากุระ จึงให้ดอกซากุระเป็นตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่นและเป็นที่นิยมกันมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นก็คือ “คิคุ” หรือดอกเก็กฮวย หรือดอกเบญจมาศนั่นเอง

ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประเทศญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับการชมดอกซากุระมาก จะมีรายงานในแต่ละพื้นที่ถึงลำดับการบานของดอกซากุระกันเลยทีเดียว เพื่อให้ทราบถึงวัน เวลา สถานที่ ที่สามารถชมดอกซากุระบานกันได้อย่างเต็มที่

ดอกซากุระมักจะเริ่มบานมาจากทางโอกินาวะ หมู่เกาะคิวชู ขึ้นไป โทโฮคุ ฮอกไกโด ผู้คนจะพากันมาจับจองพื้นที่ใต้ต้นซากุระเพื่อรอชมความสวยงามกันอย่างสนุกสนานในเทศกาล “โอฮานามิ” หรือเทศกาลชมดอกไม้ แม้แต่ในสุสานที่มีต้นซากุระอยู่ก็ยังมีคนเข้าไปชม

เมื่อดอกซากุระเบ่งบานได้ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มร่วงโรยให้เห็น และจะยิ่งร่วงเร็วขึ้นอีกถ้ามีฝนตก แต่ดอกซากุระที่ร่วงลงมาก็ทำให้ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ปัจจุบันในประเทศไทยก็สามารถปลูกต้นซากุระได้แล้ว กว่าต้นซารุระญี่ปุ่นจะเติบโตออกดอกสวยงามให้ชมกันได้ ก็ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี

ดอกซากุระมีสีขาวไปจนถึงสีชมพูอ่อนหรือชมพูเข้ม แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีกลีบดอกที่บอบบางมากออกซ้อนเรียงกันอยู่ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ส่วนใหญ่ต้นซากุระที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นมักนำมาใช้ปลูกเป็นบอนไซ แต่ถ้าต้องการให้เติบโตเป็นไม้ขนาดใหญ่ก็ต้องให้รากของมันหากินได้กว้างไกลขึ้นด้วยการปลูกในกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ทั่วไป ให้การดูแลใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ แล้วย้ายปลูกลงดินเมื่อโตพอสมควรแล้ว

การดูแลต้นกล้า
เมื่อได้ต้นกล้ามาใหม่ๆ ให้นำไปวางในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้มีการแตกตา ต่อมาอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะมีการแตกบานออกมาทั้งต้น โดยที่ดอกกับใบใหม่จะแตกออกมาพร้อมกัน ในระยะนี้กำลังมีรากใหม่แทงออกมาด้วย จึงไม่ควรเปลี่ยนกระถางหรือเปลี่ยนดิน ต้องรอจนกว่าใบจะแก่หรือออกดอกจนหมดก่อน ซึ่งระยะนี้เป็นช่วงที่รากแข็งแรงดีแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้นได้ ดินที่ย้ายไปปลูกจะใช้สูตรดินที่ใช้ปลูกบอนไซ หรือจะผสมขึ้นมาเองก็ได้โดยใช้ดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดีและให้มีธาตุอาหารอยู่อย่างสมบูรณ์ แต่ไม่ควรใช้ดินที่มีส่วนผสมของขุยมะพร้าว เพราะมักทำให้รากเน่า

การให้น้ำ
รดน้ำให้ชุ่มในตอนเช้าวันละครั้งถ้าอากาศแห้ง ถ้าในตอนเย็นใบเริ่มเหี่ยวก็ให้รดน้ำเพิ่มได้อีกครั้งหนึ่ง

การใส่ปุ๋ย
ใช้ปุ๋ยคอกที่หมักมานานแล้ว หรือปุ๋ยอินทรีย์ก็ได้ ถ้าเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้ใช้สูตรที่ละลายช้า ใส่ประมาณ ½ ช้อนชาทุกๆ 4 เดือน

การฉีดพ่นทางใบ เพื่อทำให้เติบโตได้ดีขึ้น สามารถใช้ปุ๋ยปลา ปุ๋ยสาหร่ายทะเล+อะมิโนแอซิด ก็ได้

แมลงศัตรูพืช
ช่วงที่ใบแก่ มักจะพบมีหนอนกินใบอ่อน และไรแดง มีมอดมาเจาะไชลำต้น ควรใช้สารเคมีที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อสัตว์เลือดอุ่นฉีดพ่นกำจัด เช่น สารคลอไพริฟอส หรือโปรวาโด