ดอกการเวก

By -

ชื่อสามัญ Karawak, climbing ylang-ylang, climbing ilang-ilang, manorangini, hara-champa, kantali champa
ชื่อวิทยาศาสตร์ Artabotrys siamesis Miq
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชื่ออื่นๆ กระดังงางัว, กระดังงาเถา, หนามควายนอนดอกการเวก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น
การเวกเป็นไม้เถารอเลื้อยที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีมือเกาะจับรูปตะขอบริเวณยอดอ่อน เถาอ่อนมีสีเขียว เถาแก่เป็นสีน้ำตาล เป็นไม้เนื้อแข็ง มีปุ่มตามลำต้น

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันตามข้อของลำต้น ใบมีลักษณะเป็นรูปมนรีหรือรูปขอบขนาน แผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นคลื่นเล็กน้อย โคนและปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้น แตกใบเป็นทรงพุ่มหนาแน่น ไม่ค่อยมีการผลัดใบ

ดอก
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ บริเวณซอกใบ ดอกมีขนาดเล็กคล้ายดอกกระดังงาจีน ที่โคนก้านดอกจะมีลักษณะเป็นมือเกาะ มีกลีบดอกรูปรี 6 กลีบ เรียงซ้อนสลับกันอยู่ 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ กลีบดอกแข็งและหนา เมื่อเริ่มบานในระยะแรกๆ กลีบดอกจะเป็นสีเขียว ต่อมาก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ภายในดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่เป็นจำนวนมาก ดอกจะมีกลิ่นหอมมากในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ และเวลาเช้ามืด เมื่อสายจะหอมอ่อนลง สามารถให้ดอกได้ตลอดทั้งปี

ผลผลการเวก
ออกเป็นผลกลุ่มสีเขียวเข้ม ลักษณะผลกลมรี ผิวผลเรียบ

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการตอนกิ่ง โดยทั่วไปจะนิยมการตอนกิ่งมากกว่า เนื่องจากออกรากเป็นจำนวนมาก ออกรากง่าย และมีความแข็งแรง เติบโตเร็ว ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี

การปลูก
ควรตอนกิ่งในช่วงฤดูฝน แล้วค่อยตัดไปปลูกเมื่อมีรากงอกออกมามากพอควรแล้ว การเวกเป็นไม้ที่เหมาะสำหรับการปลูกในบริเวณกลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ต้องการแสงมากพอสมควร

การให้น้ำ
ระยะแรกที่ปลูกควรรดน้ำให้วันละ 2 ครั้ง ในเวลาเช้าและเย็น พอให้ดินชุ่ม เมื่อต้นเติบโตและแข็งแรงดีแล้วจึงค่อยลดเหลือแค่ 1 ครั้ง โดยให้เฉพาะช่วงเช้า

การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยหมักผสมกับดินปลูกก็เพียงพอแล้ว

โรคและแมลงศัตรูพืช
ไม่ค่อยพบโรคและแมลงที่ทำให้เกิดโรคและก่อความเสียหาย

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคารบ้านเรือน สวนสาธารณะ เนื่องจากดอกมีกลิ่นหอม สามารถให้ดอกได้ตลอดทั้งปี เป็นไม้ที่ให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดีเนื่องจากไม่ค่อยมีการผลัดใบ และกลิ่นหอมจากดอกสามารถนำไปสกัดทำเป็นเครื่องหอมต่างๆ ได้