นนทรีดอกไม้ประจำจังหวัดนนทบุรี

By -

ชื่อสามัญ Copper pod, Yellow flamboyant, Yellow Poinciana
ชื่อวิทยาศาสตร์ Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer.ex K.Heyne
ชื่อวงศ์ FABACEAE, LEGUMINOSAE
ชื่อวงศ์ย่อย CAESALPINIOIDEAE, CAESALPINIACEAE
ชื่ออื่นๆ สารเงิน, กระถินป่า, กระถินแดง, นนทรีบ้าน, อะรางดอกนนทรี

นนทรี (อ่านว่า นน-ซี) จัดเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลถั่ว และเป็นวงศ์ย่อยของราชพฤกษ์ มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดียตะวันออกและอินเดียใต้ ศรีลังกา ไทย ฟิลิปปินส์ และตอนเหนือของออสเตรเลีย สำหรับในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ในป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และป่าตามชายหาดทั่วไป จังหวัดนนทบุรีได้ใช้ต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังใช้ต้นไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วย

ลักษณะทั่วไป
ลำต้น
นนทรี จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีอายุยืนนาน แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มรูปร่มหรือค่อนข้างกลมอย่างแน่นทึบ ลำต้นมีความสูงประมาณ 8-20 เมตรค่อนข้างตรง เปลือกของลำต้นมีสีเทาดำ ค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ตามความยาวหรือตามขวางของลำต้น หรือมีการแตกสะเก็ดเป็นแผ่นเล็กน้อย เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมเหลือง มีขนสีน้ำตาลแดงละเอียดปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณที่บริเวณกิ่งอ่อน กิ่งที่แตกออกมาต่ำสุดจะอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 2-3 เมตร กิ่งของนนทรีเปราะหักง่ายไม่สามารถต้านทานต่อแรงลมแรงๆ ได้

ใบ
ใบของนนทรีเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเป็นช่อเรียงสลับกันสองชั้นที่ปลายกิ่งอย่างหนาแน่น ความยาวของช่อใบมีประมาณ 20-27 ซม. ซึ่งในแต่ละช่อใบจะประกอบไปด้วยใบย่อยที่ออกเป็นคู่ตรงข้ามกันประมาณ 9-13 คู่ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน เป็นใบฝอยคล้ายใบกระถิน โคนใบมน ปลายใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ก้านใบย่อยสั้น ขอบใบและแผ่นใบเรียบ หลังใบมีสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบมีสีอ่อนกว่าเล็กน้อย ขนาดของใบย่อยมีความกว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาวประมาณ 1-1.5 ซม. มักผลัดใบเมื่ออากาศแห้งแล้ง แต่จะทยอยผลัดใบไปเรื่อยๆ ไม่ผลัดพร้อมกันทีเดียวทั้งต้น จึงทำให้มีใบสีเขียวชอุ่มอยู่ได้ตลอดทั้งปี

ดอก
นนทรีมักออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่แบบชูตั้งขึ้นเหนือทรงพุ่มบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง ความยาวของช่อดอกมีประมาณ 10-20 ซม. มีกลีบดอกสีเหลืองรูปไข่กลับและย่นเป็นคลื่นจำนวน 5 กลีบ มีกลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ ด้านนอกของกลีบเลี้ยงจะมีขนอ่อนๆ เป็นสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ ภายในดอกมีเกสรเพศผู้อยู่จำนวน 10 อัน ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดของความกว้างประมาณ 1.5-2.0 ซม. จะเริ่มให้ดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคม และดอกจะบานเกือบทั้งต้นราวๆ เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศและสายพันธุ์ของนนทรีด้วย

ผล
นนทรีมีผลเป็นฝัก เนื่องจากเป็นพืชในตระกูลถั่ว เป็นฝักสดสีเขียวแบนคล้ายรูปหอก ความกว้างของฝักมีประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 5-12 ซม. ฝักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแห้งแต่จะไม่แตกออก มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ และไม่ยอมทิ้งต้น ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนฝักก็จะเริ่มแก่

เมล็ด
ภายในฝักจะมีเมล็ดสีน้ำตาลอมเหลือง เป็นเมล็ดแบน บาง รูปขอบขนาน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1-4 เมล็ด โดยเรียงตัวในลักษณะขวางไปกับฝัก และมีความแข็งมาก มีความกว้างประมาณ 0.3-0.4 ซม. ยาวประมาณ 0.8-1.0 ซม.

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด นนทรีเป็นต้นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิดที่มีสารอาหารอยู่อย่างเพียงพอ ต้องการแสงแดดแบบเต็มวัน ชอบการน้ำและความชื้นในระดับปานกลาง ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ปลูกเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว มีดอกที่สวยและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จึงเหมาะที่จะปลูกไว้เป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ สามารถให้ร่มเงา และช่วยบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นได้ด้วยเนื่องจากเป็นไม้ตระกูลเดียวกับถั่ว และด้วยใบที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อร่วงลงมาก็ไม่ทำให้รกพื้นที่เหมือนใบไม้ชนิดอื่นที่มีใบขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ควรปลูกไว้ชิดกับอาคารสถานที่ต่างๆ จนเกินไป เพราะอาจได้รับอันตรายจากกิ่งที่หักโค่นลงมาได้ เนื่องจากกิ่งของนนทรีเปราะหักง่าย และไม่สามารถต้านทานต่อลมแรงๆ ได้ ดังนั้น ในแต่ละปีควรลดขนาดและน้ำหนักของกิ่งด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มประมาณ 1 ครั้ง

ประโยชน์ที่ได้จากต้นนนทรี
ยอดและฝักอ่อนมีรสฝาดมัน สามารถนำมาใช้เป็นผักเหนาะได้ ส่วนเปลือกต้นเมื่อนำมาต้มจะได้เป็นสีน้ำตาลอมเหลือง สามารถใช้เป็นสีย้อมผ้า ย้อมแห หรืออวนได้ และด้วยเนื้อไม้ที่ความแข็งแรงพอประมาณ เป็นมันเลื่อมตบแต่งได้ง่าย ไม่ค่อยมีมอดปลวกรบกวน จึงนิยมใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ใช้เผาทำเป็นถ่าน หรือปลูกเป็นไม้มงคลก็ได้

สรรพคุณทางยา
เปลือกต้น-มีสารแทนนินอยู่ในปริมาณสูง สามารถใช้ปรุงเป็นยากล่อมเสมหะและโลหิต ช่วยปิดธาตุ ใช้เป็นยาขับผายลม แก้อาการท้องร่วง ท้องเสีย แก้บิด ใช้ขับโลหิตและประจำเดือนสตรี ใช้สมานแผลสด หรือจะนำไปเคี่ยวกับน้ำมันใช้นวดแก้ตะคริว แก้กล้ามเนื้ออักเสบ

ยอด-ใช้ปรุงเป็นยาทาแก้โรคผิวหนังที่คนในสมัยโบราณเรียกว่า โรคเจ็ด เป็นต้น