ดอกบอลลูน

By -

ชื่อสามัญ Balloon Flower, Chinese Bellflower, Korian Bellflower, Japaninse Bellflower
ชื่อวิทยาศาสตร์ Platycodon grandiflorus (Jacq.) A.DC.
ชื่อวงศ์ CAMPANULACEAE
ชื่ออื่นๆ บอลลูนฟลาวเวอร์ดอกบอลลูน

บอลลูนฟลาวเวอร์ เป็นไม้ดอกเมืองหนาว มีถิ่นกำเนิดอยู่ในไซบีเรียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศจีน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับไว้ตามสวนสาธารณะ รีสอร์ท หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการ จะปลูกลงแปลง หรือปลูกไว้ในกระถางก็ได้ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมในอากาศที่หนาวเย็น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งที่มีอายุอยู่ได้หลายปี แต่งกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ 45-60 ซม. มีรากเป็นเหง้าหรือหัวคล้ายโสมอยู่ใต้ดิน

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปทรงรีแกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเข้ม ขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อย มีความกว้างของใบประมาณ 3-5 ซม. ยาวประมาณ 5-7 ซม. ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้ามกัน

ดอก บอลลูนฟลาวเวอร์
ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อลดหลั่นกันมาที่ปลายยอด มีทั้งชนิดดอกชั้นเดียวและดอกที่มีกลีบซ้อน ดอกตูมมีลักษณะโป่งพองคล้ายลูกบอลลูน มีอยู่ด้วยกันหลายสี เช่น สีม่วง สีขาวอมชมพู สีชมพู เป็นต้น โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนปลายแยกออกจากกันเป็น 5 แฉก คล้ายรูปดาว เส้นแขนงบนกลีบดอกเป็นสีเข้ม ดอกที่บานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-5 ซม.

ผล
เป็นรูปทรงกลม เมื่อแห้งสามารถแตกออกได้ และมีเมล็ดอยู่ภายใน

การขยายพันธุ์
นิยมวิธีการปักชำกิ่ง และเพาะเมล็ด การเพาะด้วยเมล็ดจะทำโดยไม่กลบเมล็ด ต้นกล้าจะเริ่มงอกหลังจากเพาะมาได้ประมาณ 14-21 วัน เมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วให้ทำการย้ายปลูกอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีความบอบบางมาก

ต้นบอลลูน เติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และเจริญอยู่ได้แม้ในที่แห้งแล้ง ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีค่าความเป็นกรด-ด่างของดินระหว่าง 5.8-6.8 ชอบแสงแดดแบบเต็มวันหรือร่มรำไรก็ได้ ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง

ประโยชน์
-นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในแปลง หรือในกระถางเพื่อควาวามสวยงามตามสถานที่ต่างๆ

-ในประเทศจีนและเกาหลี นิยมใช้รากของพืชชนิดนี้ทำเป็นอาหารรับประทาน

-รากของบอลลูนฟลาวเวอร์ มีกลิ่นคล้ายโสม สามารถนำไปเป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด วัณโรค เบาหวาน แก้อักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้อาการแน่นหน้าอก และแก้ต่อมทอนซิลอักเสบได้ แต่มีรสขม จึงต้องขัดด้วยน้ำเกลือให้หายขมก่อนนำไปใช้

-สารสกัดจากราก ใช้เป็นส่วนผสมในยาปฏิชีวนะเพื่อบำรุงประสาท ต้านการอักเสบ ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง และช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้