ดอกพรหมขาว

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Mitrephora alba Ridl.
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ดอกพรหมขาว
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มกลมแบบโปร่งๆ ปลายกิ่งห้อยลงสู่พื้นดิน มีเปลือกลำต้นเป็นสีดำ เรียบเกลี้ยง มีขนาดความสูงของลำต้นประมาณ 5-8 เมตร

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับตรงข้ามกันตามกิ่งก้านและปลายยอด ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรี แผ่นใบบางเรียบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีความเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ใบที่โตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 10-14 ซม.

ดอก
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามกิ่งก้านใกล้ซอกใบ ติดดอกประมาณกิ่งละ 1-3 ดอก มีกลีบดอกเรียงซ้อนกันอยู่ 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นนอกจะมีสีขาว ส่วนกลีบดอกชั้นในเป็นสีม่วงแกมขาว มีกลีบรองดอกสีเขียวจำนวน 3 กลีบ เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 ซม. ก้านดอกสั้น ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน และร่วงโรยไปในวันรุ่งขึ้น ดอกพรหมขาวจะเริ่มบานในช่วงประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกๆ ปี

ผล
ออกเป็นช่อรวมกันเป็นกลุ่ม ในแต่ละกลุ่มประกอบด้วยผลย่อยรูปทรงกระบอกประมาณ 4-7 ผล เปลือกผลมีตุ่มขรุขระ ลักษณะผลจะโค้งงอเล็กน้อย ผลอ่อนมีสีเขียว และกลายเป็นสีเหลืองเมื่อสุก มีเมล็ดอยู่ภายใน

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการทาบกิ่ง พรหมขาว เป็นพืชที่ปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำและอากาศได้ดี ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง หากปลูกในพื้นที่กลางแจ้ง ควรเว้นระยะห่างจากต้นไม้อื่นประมาณ 5 เมตรเป็นอย่างน้อย สำหรับต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ด แม้จะให้ดอกได้ช้า แต่ก็จะแตกกิ่งก้านแผ่เป็นทรงพุ่มกลมได้สวยงาม ส่วนการทาบจากกิ่งจะแตกกิ่งก้านไม่ค่อยเป็นรูปทรงมากนัก แต่ก็จะให้ดอกได้รวดเร็วขึ้น

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกที่สวยงามแปลกตา และให้กลิ่นหอมอ่อนไปตลอดทั้งวัน