ดอกโสน

By -

ดอกโสน
ผู้เขียนยังจำเพลงที่พวกขี้เมาชอบร้องเล่นกันได้ท่อนหนึ่งเป็นเพลงบรรยายถึงธรรมชาติของดอกไม้สองชนิดว่า บานตอนเช้าอย่างหนึ่ง บานตอนเย็นอย่างหนึ่ง เพลงนั้นผู้เขียนจำได้แต่เพียงว่า “เจ้าดอกโสนบานเช้า ดอกคัดเค้าบานเย็น ดอกประดู่เป็นคู่เล่น เช้าเช้าเย็นเย็น….”

ก็ดอกโสนนั้นธรรมชาติก็บานตอนเช้า ตอนเย็นจะหุบตูม พวกชาวบ้านจึงชอบไปเก็บดอกโสนในตอนเย็นๆ ดอกโสนเป็นดอกสีเหลืองเล็กๆ ออกเป็นช่อ ใช้ต้มจิ้มนํ้าพริกก็ได้ ทำเป็นขนมแบบขนมตาลก็ได้ โสนเป็นพันธุ์ไม้ในตระกูล Leguminosae มีชื่อเฉพาะว่า sesbania speciosa มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น โสนคางคก โสนหิน โสนหางไก่ใหญ่ โสนหางไก่เล็ก

ดอกโสนเป็นดอกไม้ที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือกันว่าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ทั้งนี้ก็โดยถือตามตำนานของจังหวัดนี้ว่า เกี่ยวข้องกับต้นโสนมาตั้งแต่โบราณ คือเมื่อพระเจ้าอู่ทองอพยพ ผู้คนมาจากเมืองอู่ทอง มาพักพลอยู่ที่ตำบลเวียงเหล็ก (หรือเวียงเล็ก) ซึ่งเป็นวัดพุทไธสวรรย์เดี๋ยวนี้ แล้วก็ได้ให้ผู้คนออกสืบหาสถานที่อันเป็นชัยภูมิสำหรับสร้างบ้านเมืองให้มั่นคงสืบไป ตำนานตอนนี้มีกล่าวหลายแห่งมีเรื่องราวพิสดารมาก จะขอนำมาเล่ารวมไว้ด้วย เช่นกล่าวว่า ถ้าไปพบที่ใดมีปลาเทโพชุกชุมแล้วก็จะเลือกเอาที่นั่นเป็นที่สร้างเมือง พวกเสนามาพบที่เข้าแห่งหนึ่งมีปลาเทโพมาก ก็กลับไปกราบทูลให้ทรงทราบ ก็ตกลงโปรดให้สร้างเมืองขึ้นที่ริมหนองโสน

ในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า ฉบับแปลใหม่จากฉบับหลวงที่ได้มาจากเมืองพม่า ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า

“จึงตรัสสั่งเสนาอำมาตย์ให้แยกย้ายกัน ไปเที่ยวค้นหาหนองโสน ให้พบจงได้ พวกเสนาอำมาตย์ถวายบังคมลาพากันแยกย้ายเที่ยวค้นตรวจหาไป ก็ได้มาบรรจบพบหนองโสนพร้อมกัน ในที่ไม่สู้ไกลหนองนั้นมีแม่น้ำสายหนึ่งประกอบด้วยพรรณมัจฉาชาติบริบูรณ์ พวกเสนาอำมาตย์เหล่านั้นก็รีบกลับไปกราบทูลตามซึ่งได้พบหนองโสน ให้พระองค์ทรงทราบทุกประการ พระเจ้าอู่ทอง ได้ทรงฟังดังนั้นก็ดีพระทัยยิ่งนักจึงยกพลนิกายรีบเสด็จมาถึงตำบลหนองโสน ประทับพักพลอยู่ในที่ใกล้ฝั่งแม่นํ้านั้น ในขณะนั้นนทีเทพยดา ซึ่งพิทักษ์รักษาอยู่ในลำแม่นํ้าที่กล่าวนี้ จึงบันดาลดลใจปลากดคลังใหญ่ตัวหนึ่งในแม่น้ำนั้น ให้กระโดดขึ้นมาบนฝั่งร้องด้วยเสียงอันดังตามเพศของปลา แลในทันใดนั้น ฆ้องชัยใบหนึ่งซึ่งมีมาในกองทัพหลวงไม่มีผู้ใดเคาะตีเลย เผอิญฆ้องนั้นบันดาลให้มีเสียงลั่นดังขึ้นเอง เสียงฆ้องกับเสียงปลานั้น ดังประสานขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน ดุจสำเนียงคนผู้ใดบอกว่าตำบลนี้เป็นที่สมควรสร้างพระนคร”

จากเรื่องนี้ถ้าเราไม่เชื่อสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราก็จะได้ความจริงอย่างหนึ่งว่า ในสมัยนั้นปลามีชุกชุมแถวอยุธยามาก การที่พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างเมืองขึ้นที่นั้น ก็เพราะทรงเห็นว่าเป็นที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง

ส่วนการที่เรียกว่าหนองโสนนั้น ก็คงเป็นด้วยหนองแห่งนั้นมีต้นโสนอยู่มาก ในหนังสือตำนานกรุงศรีอยุธยาฉบับสำนวนภาคอีสาน ได้กล่าวเท้าความขึ้นไปถึงครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาฉันลูกสมอบนตอไม้ตะเคียน และทำนายไว้ว่า สถานที่นี้ต่อไปจะเป็นเมืองใหญ่ (ในคำให้การชาวกรุงเก่าฉบับที่กล่าวมาข้างต้นก็มีเนื้อเรื่องแบบเดียวกัน) ได้กล่าวถึงขนาดของหนองและต้นโสนไว้ชัดเจนกว่าเรื่องอื่นๆ เช่นได้บอกไว้ว่า “และในหนองอันนั้นกว้างได้พันวา เอโก รุกโข ยังมีไม้โสนต้น ๑ ใหญ่ได้ ๔ กำอ้อม” นี่ก็เป็นเรื่องแสดงว่าได้เรียกชื่อหนองตามชื่อต้นโสนที่มีอยู่ในบริเวณนั้น

ผู้เขียนเคยถามอาจารย์ภาษาไทยท่านหนึ่งว่าคำว่า โสน เป็นภาษา อะไร ท่านตอบว่า ภาษาไทย แต่เมื่อเสนอข้อสงสัยในเรื่องที่ว่า ภาษาไทยโบราณเป็นคำโดด คำว่า โสน ดูจะออกเสียงแปลกไปจากคำไทยอื่นๆ ท่านก็นิ่งอยู่ ผู้เขียนได้อ่านพบในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่าทั้งสองฉบับ เห็นบอกไว้ว่า พม่าเรียกหนองโสนว่า พ่อไอ แต่ยังไม่มีโอกาสได้สอบดูในภาษาพม่าว่า พ่อไอหมายถึง อะไรกันแน่ แต่ลองดูทางภาษามอญก็ไม่ใช่ เพราะมอญเรียกต้นโสนว่า กะเลาะ หนองโสนว่า ฮะลากะเลาะ แต่อย่างไรก็ตามคำว่า โสน ก็ควรจะถือว่าเป็นคำไทย เพราะได้เรียกกันมานานนักหนาแล้ว(ภาษาเมืองเหนือเรียกโสนว่า สะเปา ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งสันนิษฐานต่อไปอีกว่า สะเปา คือสำเภาหมายถึงเรือสำเภานั่นเอง ทำไมจึงคิดเช่นนั้นยังมองไม่เห็น)

ตามข้อความข้างต้น เป็นปัญหาเรื่องคำ โสน ว่าอย่างไร ถูก คำนี้ในปทานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๔๗๒ กำหนดให้อ่านว่า สะโหน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ คณะกรรมการของสมาคมวรรณคดีได้วินิจฉัยถึงเรื่องชื่อหนองโสน ว่าจะอ่านโสน (สะโหน) หรือ โสน (น สะกด) เพราะมีทางคิดว่า โสน จะมาจาก โสณณ์ ซึ่งแปลว่า ทอง ถึงในปัจจุบันนี้ นักปราชญ์ที่ท่านเชี่ยวชาญในภาษาบาลีสันสกฤต ท่านก็ว่า โสน น่าจะมาจาก โสณณ์ เพราะดอกของโสน มีสีเหลืองเหมือนทอง แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงวินิจฉัยว่า “ความคิดนั้นเห็นว่าสูงเกินไป ชื่อห้วยหนองคลองบึงบาง มักเรียกตามสิ่งที่มีเป็นสำคัญในที่นั้น คำว่า หนองสะโหน เห็นว่าจะมาแต่เป็นที่มีต้นสะโหนอยู่ที่ชายฝั่ง”

อย่างไรก็ตาม จากเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้เราทราบว่าโสนเป็นไม้เก่าแก่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยนานมาแล้ว พูดกันถึงคุณประโยชน์ก็มีมาก ดอกใช้จิ้มนํ้าพริกและทำขนมดังได้กล่าวมาแล้ว ต้นทำทุ่นหรือเชื้อไฟก็ได้

ที่มา:ส.พลายน้อย