ความสวยงามแปลกตาของดอกไก่ฟ้ายักษ์

By -

ต้นไก่ฟ้ายักษ์
ชื่อสามัญ  The Pelican Flower
ชื่อวิทยาศาสตร์  Aristolochia Grandiflora, Aristolochia gigantean
ชื่อวงศ์  Aristolochiaceae
ชื่ออื่นๆ  มหาวิหค

รูปทรงของพืชสกุลไก่ฟ้าโดยปกติทั่วไปแล้วมักจะมีความสวยงาม แปลกตา แต่สำหรับไก่ฟ้ายักษ์ จะเป็นชนิดที่มีดอกใหญ่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศบราซิล

ไก่ฟ้ายักษ์กลิ่นหอม

ไก่ฟ้ายักษ์ชนิด Aristolochia giganteaไก่ฟ้ายักษ์กลิ่นเหม็น

เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดกลาง เมื่อดอกบานจะมีขนาดใหญ่มาก ลักษณะของเกสรเป็นขนสีขาวหนาแน่น ซึ่งอยู่เป็นหลอดลึกลงไปบริเวณกลางดอก ดอกของไก่ฟ้าชนิดนี้มีกลิ่นหอมชื่นใจคล้ายกลิ่นตะไคร้ ผิวดอกมีรอยตะปุ่มตะป่ำเมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกสากมือ ให้ดอกได้ตลอดทั้งปี เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปหัวใจสีน้ำตาล ยางที่ออกมาจากทุกส่วนของลำต้นจะมีกลิ่นรุนแรงมาก

ไก่ฟ้ายักษ์ชนิด Aristolochia Grandiflora (หางยาว)
เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดกลาง จะมีดอกให้เห็นเมื่อปลูกเลี้ยงไปได้ประมาณ 2 ปี ดอกมีขนาดใหญ่มาก เมื่อบานจะมีความกว้างประมาณ 20-30 ซม. และยาวประมาณ 25-30 ซม. ดอกมีหางเป็นเส้นบิดยาวห้อยลงมาประมาณ 30-50 ซม. กลิ่นของดอกไก่ฟ้าชนิดนี้มีกลิ่นเหม็นเอียนรุนแรงเพื่อล่อให้แมลงเข้ามาผสมเกสร ดอกจะเหี่ยวและยุบลงหลังจากที่บานมาได้ประมาณ 2-4 วัน และจะมีการติดผลหรือฝักต่อไป

ไก่ฟ้าทั้งสองชนิดนี้สามารถเลื้อยไปได้ไกลประมาณ 2-4 เมตร ลักษณะของลำต้นเกลี้ยง ใบเป็นรูปหัวใจแกมรูปขอบขนาน ความกว้างยาวของใบมีขนาด 6-10 x 9-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเว้าตื้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ก้านใบยาว ดอกมักออกตามซอกใบแบบเดี่ยวๆ ดอกที่ยังตูมอยู่จะมีลักษณะคล้ายนกขนาดใหญ่ โดยมีโคนกลีบสีเขียวอมเหลืองอ่อนเชื่อมติดกัน เมื่อบานปลายกลีบมีสีม่วง เป็นลายตาข่าย ประมาณเดือนธันวาคม-มีนาคม ก็จะมีดอกให้เห็น

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้โดยวิธีการปักชำ และการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ และระบายน้ำได้ดี ชอบแดดจัด หรือที่มีแสงรำไรก็สามารถเจริญได้ ต้องการปุ๋ยและน้ำในขนาดปานกลางอย่างสม่ำเสมอ

ประโยชน์
ด้วยรูปทรงของดอกที่สวยงามดูแปลกตา และเป็นไม้เถาเลื้อย จึงมักนิยมปลูกกันไว้เป็นไม้ประดับตามบริเวณรั้ว ซุ้มประตู ซุ้มที่นั่ง หรือใช้เป็นอาหารของผีเสื้อตัวอ่อนก็ได้