ดอกไม้ประจำชาติของซิมบับเว

By -

ซิมบับเว (Zimbabwe) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำซัมเบซี และแม่น้ำลิมโปโป ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซิมบับเวเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐซิมบับเว(Republic of Zimbabwe) พื้นที่ของประเทศมีอยู่ประมาณ 390,580 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อว่า กรุงฮาราเร มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย ทางทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ ทางทิศตะวันออกติดกับประเทศโมซัมบิก และทิศตะวันตกติดกับประเทศบอตสวานา จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศมีประมาณ 13,349,000 คน ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนา Syncretic ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสนาคริสต์และความเชื่อดั้งเดิม ซิมบับเวใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ สกุลเงินที่ใช้เป็นหลักคือ ดอลลาร์สหรัฐฯ

การปกครองประเทศของซิมบับเวอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ เป็นระบบสองสภา โดยมีประธานาธิบดีที่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข สามารถดำรงอยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 5 ปี โดยไม่จำกัดวาระ ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งของผู้นำรัฐบาล

ซิมบับเวมีภูเขา เนียนกานี เป็นภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งมีความสูงประมาณ 2,592 เมตร ในแถบตะวันออกมีลักษณะเป็นพื้นที่สูง ทางตอนใต้จะเป็นทุ่งหญ้าสูง และหุบเขา ในฤดูฝนบริเวณทุ่งหญ้าสูงและพื้นที่สูงจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 12-13 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณหุบเขาอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 32-38 องศาเซลเซียส

สินค้าส่งออกที่สำคัญของซิมบับเวคือ ทองคำขาว ฝ้าย ยาสูบ ทองคำ โลหะผสมของเหล็ก สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

ดอกไม้ประจำชาติของซิมบับเว คือ flame lily(ดองดึง)ดองดึง

ดองดึง (flame lily)
ชื่อสามัญ Climbing Lily, Turk’s cap, Superb Lily, Flame lily, Gloriosa lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gloriosa superba L.
ชื่อวงศ์ Colchicaceae
ชื่ออื่นๆ ก้ามปู, คมขวาน, บ้องขวาน, หัวขวาน, ดาวดึงส์, ว่านก้ามปู เป็นต้น

ดองดึงมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนชื้น ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา และหมู่เกาะมาดากัสการ์ มักขึ้นเป็นวัชพืชอยู่ตามชายป่า ที่โล่ง ที่เป็นดินปนทราย แม้แต่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงกว่าน้ำทะเลถึง 2,500 เมตร ก็สามารถขึ้นได้ดี ในประเทศเขตอบอุ่นมักปลูกไว้เป็นไม้ประดับในเรือนกระจก

ดองดึงเป็นไม้เถาล้มลุก มีหัวหรือเหง้าโค้งเป็นทรงกระบอกอยู่ใต้ดิน เป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี เถาของดองดึงมักจะเลื้อยเกาะไปตามต้นไม้อื่น ซึ่งอาจยาวได้ถึง 5 เมตร

ใบ มีลักษณะคล้ายหอก สีเขียวเข้ม ยาวประมาณ 5-15 ซม. ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับรอบข้อประมาณ 1-3 ใบ ปลายใบแหลม ไม่มีก้านใบ

ดอก มักออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ความยาวของดอกมีประมาณ 6-10 ซม. มีเกสรตัวผู้ 6 อัน ก้านเกสรตัวผู้ยาวประมาณ 3-5 ซม. เกสรตัวเมียแยกเป็น 3 แฉก ยาวประมาณ 0.3-0.7 ซม. มีอับเรณูยาวประมาณ 1 ซม. ส่วนก้านดอกมีความยาวประมาณ 5 ซม. กลีบดอกมักจะบิดเป็นเส้นยาวหยิก ดองดึงอาจมีดอกสีแดงล้วน มีสีแดงเฉพาะด้านบนดอกหรือตามขอบกลีบ และด้านล่างดอกเป็นสีเหลือง หรือสีเหลืองอมเขียว เมื่อดอกบานเต็มที่สีของดอกจะเข้มขึ้นดูสวยสะดุดตา

ผล มีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน มีความยาวประมาณ 5-10 ซม. เมื่อผลแก่ก็จะแตกออก และมีเมล็ดลักษณะกลมสีแดงส้มอยู่เป็นจำนวนมาก
การขยายพันธุ์ วิธีที่นิยมกันทั่วไปคือ การใช้หัว หรือการเพาะด้วยเมล็ด

ดองดึงจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย สามารถระบายน้ำได้ดี ควรรดน้ำให้มีความชื้นพอปานกลาง ไม่ควรให้ดินแฉะหรือมีน้ำขังเพราะอาจทำให้รากเน่าเสียหายได้ ชอบที่มีแสงแดดจัดหรือร่มรำไร ในช่วงฤดูฝนมักจะให้ดอกดก แต่ก็สามารถมีดอกให้เห็นได้ตลอดทั้งปี

สรรพคุณทางยา
-เหง้า ใช้แก้โรคเรื้อน คุดทะราด บาดแผล และขับผายลม แก้ลมพรรดึก แก้เสมหะ แก้ลมจับโปง รูมาติซั่ม แก้ปวดบวมหัวเข่า
-หัว ใช้ต้มรับประทานแก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้ลมจุกเสียด ฝนทาแก้พิษงู พิษตะขาบ แมลงป่อง ทาแก้โรคผิวหนัง แก้โรคหนองใน

ดองดึง มีสาร colchicines ที่เป็นพิษต่อร่างกายอยู่ในเหง้า จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง