ดอกไม้ประจำชาติเปอร์โตริโก

By -

เปอร์โตริโก (Puerto Rico) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เครือรัฐเปอร์โตริโก ( Estado Libre Asociado de Puerto Rico) ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่ในเครือของสหรัฐอเมริกา มีเมืองหลวงชื่อ เมืองซานฮวน ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พื้นที่ของประเทศมีอยู่ประมาณ 9,104 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในภูมิภาคแคริบเบียนตะวันออกเฉียงเหนือ ทางทิศตะวันออกของสาธารณรัฐโดมินิกัน เป็นดินแดนที่เล็กที่สุดของเกรตเตอร์แอนทิลลีส ลักษณะของภูมิประเทศจะประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ และกลุ่มเกาะ เช่น เกาะเปอร์โตริโก โมนา เบียเกซ และกูเลบรา ประชากรที่อาศัยอยู่มีประมาณ 3,916,632 คน ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์ มีภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการคือ ภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ สกุลเงินที่ใช้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา

ในอดีตเปอร์โตริโกเคยถูกสเปนยึดครองมาก่อน ต่อมาได้ยกให้แก่สหรัฐอเมริกาหลังจากที่แพ้สงคราม เปอร์โตริโกมีการปกครองแบบเทศบาล 78 แห่ง โดยแบ่งเป็นเขตและแขวง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีนายกเทศมนตรีและสภาเทศบาลคอยดูแล โดยทุกๆ 4 ปีจะมีการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่

อากาศในเปอร์โตริโกจะอบอุ่นตลอดทั้งปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26 องศาเซลเซียสฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ในขณะที่ฤดูฝนจะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม เปอร์โตริโกมีทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อ้อย และน้ำตาล

ดอกไม้ประจำชาติของเปอร์โตริโกคือ ดอกชบาFlor de Maga

ชบา
ชื่อสามัญ Shoe Flower, Hibiscus, Chinese rose
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus rosa-sinensis L.
ชื่อวงศ์ MALVACEAE
ชื่ออื่นๆ ชุมเบา (ปัตตานี), ใหม่ ใหม่แดง (ภาคเหนือ), บา (ภาคใต้)

ชบา มีต้นกำเนิดในประเทศจีน อินเดีย และในหมู่เกาะฮาวาย เป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อนทรงพุ่ม ลำต้นสูงประมาณ 2.5 เมตร ใบมีลักษณะมนรี ปลายใบแหลม ขอบใบจัก ยาว ประมาณ 7-10 ซม. มีสีเขียวเข้ม ใบจะมีลักษณะเป็นเมือกเหนียวเมื่อนำมาขยี้ ลักษณะของดอกหากเป็นดอกชั้นเดียวจะมี 5 กลีบ แต่จะมีหลายกลีบถ้าเป็นชนิดกลีบซ้อน กลีบดอกชบาจะมีขนาดใหญ่ หลากหลายสีสัน เช่น สีขาว แดง แสด เหลือง ม่วง ชมพู เป็นต้น บริเวณกลางดอกจะมีก้านเกสรอยู่ 1 ก้าน ดอกชบาอาจมีทั้งแบบที่บานเป็นรูปถ้วย บานแผ่แบน หรือบานแผ่เป็นรูปโค้ง

การขยายพันธุ์ชบา ทำได้ด้วยการปักชำ การติดตา และการเสียบยอด
ต้นชบาสามารถปลูกได้ง่าย มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ต้องยุ่งยากกับเรื่องเรือนเพาะชำหรือโรงเรือน ส่วนใหญ่มักนิยมปลูกไว้เป็นไม้ประดับตามแนวรั้วบ้าน ชบาสามารถออกดอกให้ชมได้ตลอดทั้งปี ชบาที่นิยมกันในปัจจุบันมักเป็นพันธุ์ผสมจากต่างประเทศ ที่กลีบดอกมีขนาดใหญ่และเป็นดอกชั้นเดียว มีสีสันสวยสดงดงาม และยังมีพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย

ประโยชน์ของชบา
ชบามีสรรพคุณทางยาไทย เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้บำบัดรักษาโรคมาช้านาน การใช้รากชบาสดๆ มาตำเพื่อพอกฝี แก้ฟกบวม ถอนพิษร้อน ตามตำรายาจะกำหนดให้ใช้รากของชบาดอกสีขาวหรือสีแดง หากต้องการให้เจริญอาหารก็ให้นำมาต้มน้ำดื่ม ดอกชบาจะให้สีดำเมื่อนำมาย้อมผม ขนตา หรือทารองเท้า ส่วนเปลือกของลำต้นก็ยังนำมาทำเป็นเชือกหรือทอเป็นกระสอบไว้ใช้สอยได้

ในสมัยโบราณ มักจะใช้ดอกชบาทัดหูทั้ง 2 ข้าง และร้อยดอกชบาแดงเป็นมาลัยใส่ศีรษะและใส่คอของหญิงแพศยาก่อนที่จะลงโทษ จึงทำให้มีอคติและไม่นิยมปลูกดอกชบากัน แต่สำหรับในต่างประเทศแล้ว ความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น ราชินีแห่งดอกไม้เมืองร้อน ซึ่งมีหลายๆ ประเทศได้จัดให้เป็นดอกไม้ประจำชาติกันเลยทีเดียว เช่น มาเลเซีย จาไมก้า และรัฐฮาวาย

ปัจจุบันนี้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมานิยมปลูกชบากัน เพราะได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีลักษณะดอกและสีสันที่สวยงามสะดุดตามากยิ่งขึ้น ซึ่งความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ก็ไม่แพ้ดอกไม้ชนิดอื่นเลยทีเดียว