ดอกไม้ประจำชาติเนปาล

By -

เนปาลมีชื่อของประเทศที่เป็นทางการว่า สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล(Federal Democratic Republic of Nepal) ประเทศเนปาลตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย มีพื้นที่ของประเทศประมาณ 147,181 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนทางทิศใต้ ทิศตะวันตกและตะวันออกติดกับสาธารณรัฐอินเดีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 27 ล้านคน เนปาลเป็นประเทศที่แยกออกมาจากประเทศภูฎานและบังคลาเทศ มีเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของประเทศคือ เมืองกาฐมาณฑุ

ลักษณะของภูมิประเทศทางภาคเหนือจะเป็นภูเขาสูง ที่รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็คือ ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ในฤดูหนาวมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ส่วนทางภาคใต้มีอากาศแบบร้อนชื้นและมีความอุดมสมบูรณ์ ทางภาคกลางจะมีอากาศดีตลอดทั้งปี ซึ่งสภาพอากาศจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของภูมิประเทศ ฤดูต่างๆ ในเนปาลมีอยู่ด้วยกัน 4 ฤดูคือ
-ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงของเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
-ฤดูร้อน เริ่มประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม
-ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน-พฤศจิกายน
-ฤดูหนาว อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

ในอดีตประเทศเนปาลปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ในปัจจุบันมีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารงานในรัฐบาล เนปาลได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 14 เขต ดังนี้
1. เขตบากมาติ 2. เขตเภรี 3. เขตธวัลคิรี 4. เขตคันดากิ 5. เขตชนกปุระ 6. เขตการ์นาลี 7. เขตโกษิ 8. เขตลุมพินี 9. เขตมหากาลี 10. เขตเมจี 11. เขตนรยานี 12. เขตรัปติ 13. เขตสกรมาธา 14. เขตเสทิ

ส่วนใหญ่ชาวเนปาลจะนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รองลงมาคือ ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการคือ ภาษาเนปาล มีสกุลเงินที่ใช้เป็น รูปีเนปาล

เนปาลมีพืชเกษตรที่สำคัญคือ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวเจ้า รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศมาจากการค้าแรงงานในต่างประเทศ แล้วส่งเงินกลับมาให้กับครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเนปาล เนปาลมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ยอดเขาเอเวอร์เรสต์, วัดปศุปฏินาถ, วัดสวยมภูวนาถ, พระราชวังกาฐมัณฑุ, เมืองโพคารา และลุมพินีวัน เป็นต้น ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวที่น่าสนใจส่วนใหญ่จะเป็นในเชิงผจญภัยและวัฒนธรรม เช่น การเดินเขา ปีนเขา และล่องแก่ง

ดอกไม้ประจำชาติของเนปาลคือ ดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron Forest)กุหลาบพันปี

นักท่องเที่ยวหลายๆ คนคงอยากจะได้เห็นภาพทิวเขาที่สวยงามตระการตาของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งหลังจากฤดูหนาวผ่านไป บนที่ราบสูงของเทือกเขาหิมาลัยก็จะมีป่ากุหลาบพันปีเผยโฉมมาให้เห็น หรือที่เรียกกันว่า ป่าโรโดเดนดรอน

กุหลาบพันปีมีถิ่นกำเนิดมากจากจีนตอนใต้ อินเดีย ศรีลังกา เนปาล และพม่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhododendron arboreum subsp จัดอยู่ในวงศ์ของ ERICACEAE ส่วนชื่อสามัญและชื่อท้องถิ่นก็จะเรียกว่า กุหลาบพันปี ซึ่งมีอยู่มากกว่า 30 ชนิด ชาวเนปาลนิยมเรียกว่า “Lali Gurans” ในประเทศเนปาล สามารถพบป่ากุหลาบพันปีได้ทั่วไปตามบริเวณเทือกเขาที่มีระดับความสูง 1,400-3,600 เมตร ซึ่งกุหลาบพันปีที่มีสีแดงสดมักจะอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร ส่วนในระดับที่สูงขึ้นไปมักมีสีชมพูไปจนถึงสีขาว

กุหลาบพันปีเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่ไม่ผลัดใบ มีความสูงของลำต้นประมาณ 2-12 เมตร เปลือกของลำต้นมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ จากอิทธิพลของแรงลมจึงมักทำให้กิ่งก้านที่แตกออกมามีลักษณะคดงอ ใบมีลักษณะเป็นรูปใบหอก หรือรูปขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 2-3 ซม. ยาวประมาณ 7-14 ซม. โคนใบมนหรือสอบ ปลายใบแหลม ใบหนา ขอบใบเรียบ ใบออกเรียงสลับกันที่ปลายกิ่งประมาณ 5-8 ใบ ด้านบนของใบจะมีสีเขียวสด แต่ส่วนล่างจะมีขนและเกล็ดสีเทาอมน้ำตาลอยู่ เส้นใบจะแตกแขนงข้างละ 12-14 เส้น ดอกจะมีลักษณะคล้ายรูประฆัง ยาวประมาณ 1.5-2 ซม. มีกลีบดอกสีแดงเลือดนกส่วนปลายแยกเป็น 5-6 กลีบ มักออกตามปลายกิ่งประมาณ 4-12 ดอก มีช่อดอกสั้น ดอกที่บานเต็มที่แล้วจะมีความกว้างประมาณ 3.5-4.5 ซม. มีเกสรตัวผู้ที่ยาวไม่เท่ากันประมาณ 10 อัน มีขนสีขาวอยู่อย่างหนาแน่นในรังไข่ มีก้านชูอับเรณูสีขาว โคนก้านมีสีม่วงอมแดง ฝักหรือผลเป็นรูปทรงกระบอก มีความกว้างประมาณ 6-7 มม. ยาวประมาณ 1.3-1.6 ซม. ผลที่แก่แล้วสามารถแตกออกได้ ภายในผลจะมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก มีลักษณะแบน รอบๆ เมล็ดจะมีลักษณะคล้ายปีกบางใสปกคลุมอยู่ กุหลาบพันปีมักออกดอกสวยงามให้เห็นในราวๆ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการใช้เมล็ดโปรยหว่านตามแหล่งธรรมชาติ การปักชำ หรือเสียบกิ่ง