ดอกไม้ประจำชาติของเวลส์

By -

เวลส์ (Wales) เป็นอีกประเทศหนึ่งของสหราชอาณาจักร ซึ่งในสหราชอาณาจักรจะมีด้วยกัน 4 ประเทศ คือ อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ เวลส์มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับทะเลไอริช ทางทิศใต้ติดกับช่องแคบบริสตอล ทางทิศตะวันออกติดกับประเทศอังกฤษ ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับช่องแคบจอร์เจส ซึ่งเวลส์จะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบริเตนใหญ่ พื้นที่ของประเทศมีอยู่ประมาณ 20,779 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ คาร์ดิฟฟ์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่มีประมาณ 2,958,600 คน ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์ ภาษาที่ใช้กันอย่างเป็นทางการคือ ภาษาเวลส์และภาษาอังกฤษ ใช้สกุลเงินที่เป็นปอนด์สเตอร์ลิง

การปกครองของเวลส์เป็นแบบประชาธิบไตยแบบรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ทุกๆ 5 ปี จะมีการเลือกตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่โดยประชาชน

ลักษณะภูมิประเทศของเวลส์มักจะเป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่ มีภูเขาสโนว์ดอน เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแคว้น ซึ่งมีความสูงถึง 1,085 เมตร ส่วนสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจะค่อนข้างหนาวและชื้น สภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง อาจเจอกับสภาพอากาศหลายๆ รูปแบบในแต่ละวัน ในช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ย 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิในฤดูร้อนจะอยู่ที่ 18-22 องศาเซลเซียส อากาศทางตอนเหนือจะหนาวกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนตกมากกว่าทางภาคตะวันออก เวลส์มีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดูคือ

1. ฤดูหนาว – เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 0 -7 องศาเซลเซียส
ทางตอนเหนือของประเทศบางพื้นที่อาจมีหิมะตกลงมาได้
2. ฤดูใบไม้ผลิ – เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 5 -15 องศาเซลเซียส
3. ฤดูร้อน –เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 15-25 องศาเซลเซียส เป็นฤดูที่มีช่วงกลางวันยาวนาน
4. ฤดูใบไม้ร่วง – เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 5 – 15 องศาเซลเซียส

ดอกไม้ประจำชาติของเวลส์คือ ดอกแดฟโฟดิล(Daffodil)ดอกแดฟโฟดิล

ชื่อสามัญ Wild Daffodil, Narcissus.
ชื่อวิทยาศาสตร์ Narcissus Poeticus L.
วงศ์ AMARYLLIDACEAE.

มีตำนานของกรีกเล่าว่า มีหนุ่มรูปงาม ที่ทรนงและหลงใหลในความงดงามของตนเองชื่อว่า นาร์ซิสซัส(Narcissus) แม้จะมีเทพมากมายมาหลงรักแต่เขาก็ไม่เคยสนใจใยดี จึงทำให้ แอฟโฟได เทพแห่งความรักเกิดความไม่พอใจมาก และสาปให้นาร์ซิสซัสรักตัวเอง เมื่อนาร์ซิสซัสได้เห็นเงาตัวเองในสระน้ำ ก็ไม่กินไม่นอนจนร่างกายซูบผอม เพราะเกิดหลงรักรูปงามของตัวเองขึ้นมา และไม่อาจทนทุกข์ทรมานจากความรักนี้ได้จึงต้องฆ่าตัวตายในที่สุด เทพแห่งความรักเห็นเช่นนี้ก็เกิดความสงสาร จึงเนรมิตบริเวณที่นาร์ซิสซัสตายให้กลายเป็นดอกไม้ ที่มีชื่อว่า แดฟโฟดิล หรือต้นนาร์ซิสซัส

ดอกแดฟโฟดิลมีอยู่มากมายหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว สีชมพู ดอกไม้ในกลุ่มแดฟโฟดิล จะมีอยู่ประมาณ 25 ชนิด และมีพันธ์ลูกผสมประมาณ 1300 ชนิด ดอกแดฟโฟดิลมักจะบานให้เห็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในแต่ละชนิดจะออกดอกไม่พร้อมกัน มีลำต้นสูงประมาณ 6-20 นิ้ว มีหัวใต้ดินเพื่อสะสมอาหาร

ดอกแดฟโฟดิลจะมีกลิ่นหอมทุกสายพันธุ์ แต่ชนิดที่มีดอกสีเหลืองจะหอมมากที่สุด
แต่ละชนิดจะออกดอกไม่พร้อมกัน ยางจากต้นแดฟโฟดิลจะมีความเป็นพิษอยู่ จึงควรแช่ก้านดอกไม้ชนิดนี้ไว้ในน้ำอุ่น 1 คืน เพื่อให้พิษสลายไป ก่อนนำไปจัดเป็นช่อ ส่วนสารสกัดที่ได้จากดอกแดฟโฟดิล จะมีฤทธิ์ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยบนผิวหน้า ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย