ดอกไม้ประจำชาติของตูนิเซีย

By -

ตูนิเซีย (Tunisia‎‎) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในทวีปแอฟริกาเหนือ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐตูนิเซีย (Tunisian Republic ) เมืองหลวงของประเทศชื่อว่า ตูนิส ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตูนิเซียมีพื้นที่ของประเทศอยู่ประมาณ 163,610 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับประเทศลิเบีย ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับประเทศแอลจีเรีย จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศมีประมาณ 10,102,000 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ ภาษาที่ใช้ในราชการคือ ภาษาภาษาอาหรับและภาษาฝรั่งเศส ใช้สกุลเงินที่เป็น ดีนาร์ตูนิเซีย(TND)

ตูนิเซียมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตูนิเซียได้แบ่งเขตการปกครองทั้งหมดออกเป็น 24 จังหวัด ได้แก่
1. อาเรียนา 2. เบจา 3. เบนอะรอส 4. บิเซิร์ท 5. แกบส์ 6. แกฟซา 7. เจนดับบา 8. เครูแอน 9. คาสเซอร์ไรน์ 10. คาบิลิ 11. เคฟ 12. มาห์เดีย 13. มาโนอูบา 14. เมเดไนน์ 15. โมนาสเทียร์ 16. นาเบิล 17. สแฟกซ์ 18. ซิดิเบาซิด 19. ซิเลียนา 20. เซาส์ 21. ทาเทาไอน์ 22. โทเซอร์ 23. ตูนิส 24. ซากูแอน

สภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศตูนิเซียจะเป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยชายฝั่ง พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ และทะเลทรายสะฮารา

ลักษณะภูมิอากาศของตูนิเซียประกอบไปด้วย ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน
ทางภาคใต้ที่เป็นทะเลทรายมีอากาศร้อนและมีความแห้งแล้งในฤดูร้อน ส่วนทางภาคเหนือมีอากาศอบอุ่นไม่ค่อยหนาวมากนัก ส่วนในฤดูหนาวก็จะมีฝนตกลงมาบ้างพอสมควรดอกมะลิ

ดอกไม้ประจำชาติของตูนิเซียคือ ดอกมะลิ Jasminum grandiflorum

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum grandiflorum
ชื่อสามัญ Angel’s Wing Jasmine, Confederate Jasmine, Royal Jasmine, Star Jasmine
ชื่อวงศ์ : OLEACEAE
ชื่ออื่นๆ : มะลิเขี้ยวงู, มะลิก้านยาว

มะลิเขี้ยวงูหรือมะลิก้านยาว มีถิ่นกำเนิดในปาปัวนิวกินี เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง จัดเป็นไม้ป่าพื้นเมืองที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในหลายๆ พื้นที่ ลำต้นสามารถเลื้อยไปได้ไกลประมาณ 3-7 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเรียบไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มากมาย ใบ มีลักษณะเป็นรูปทรงรี มีสีเขียวเข้ม มักออกเป็นช่อ ดอกจะออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อละประมาณ 3 ดอก กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ก้านดอกมีลักษณะเป็นหลอดสีแดงอมม่วง ในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน ก็จะมีดอกออกมาให้เห็น และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี

วิธีการขยายพันธุ์ ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง แต่มะลิชนิดนี้สามารถแตกเป็นต้นใหม่ได้ง่ายเพียงแต่ให้กิ่งโน้มไปแตะพื้นดินที่มีความชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์เท่านั้น

ดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูกต้องเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงตลอดทั้งวัน ให้น้ำในปริมาณปานกลาง ควรทำซุ้มให้สามารถเลื้อยไปได้ หากสถานที่ปลูกมีอากาศหนาวเย็นก็จะทำให้มีดอกจำนวนมาก ด้วยมะลิชนิดนี้เป็นพันธุ์ที่มีกลิ่นหอมจัด จึงมักนิยมนำไปใช้กลั่นทำเป็นน้ำหอม