ดอกไม้ประจำชาติของอียิปต์

By -

อียิปต์(Egypt) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt) มีพื้นที่ของประเทศทั้งหมดประมาณ 1,020,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ของประเทศส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาเหนือ และมีคาบสมุทรไซนายอยู่ในพื้นที่ของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ด้วย อียิปต์มีพรมแดนด้านชายฝั่งทางทิศเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศใต้ติดกับประเทศซูดาน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล ทางทิศตะวันออกติดกับทะเลแดง และทางทิศตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย ประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศมีประมาณ 78,887,007 คน ส่วนใหญ่อาศัยบนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์และคลองสุเอช มีเมืองหลวงชื่อ ไคโร ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีทะเลทรายสะฮาราเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

อียิปต์(Egypt) มาจากคำว่า “ไอกิปตูส”(Aegyptus) ในภาษาละติน และคำว่า “ไอกึปตอส” ในภาษากรีก ส่วนในภาษาไทยนิยมเรียกว่า “ไอยคุปต์ อารยธรรม และอนุสาวรีย์โบราณที่มีชื่อเสียงของประเทศนี้ ได้แก่ พีระมิด อารามคาร์นัค และหุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) อียิปต์ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของโลกอาหรับในปัจจุบัน

ชาวอียิปต์ในอดีตจะนับถือเทพเจ้า และมีฟาโรห์เป็นกษัตริย์ ต่อมาอียิปต์กับอินเดียก็ได้เจริญสัมพันธไมตรีกันในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ทำให้ในเขตเมืองอเล็กซานเดรียมีการเผยแพร่พระพุทธศาสนาขึ้น แต่ประชากรส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้จะนับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ รองลงมาคือ ศาสนาคริสต์ นิกายคอปติก

การปกครองของประเทศอียิปต์จะอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากสมาชิกสภาเป็นประมุขของประเทศ ซึ่งในวาระหนึ่งจะดำรงอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 6 ปี และมีนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากประธานาธิบดี มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 27 เขต ภาษาที่ใช้ในราชการคือ ภาษาอาหรับ สกุลเงินที่ใช้จะเป็นปอนด์อียิปต์

ดอกไม้ประจำชาติของอียิปต์คือ ดอกบัวอียิปต์ Egyptian Water Lily หรือ NymphaeaNymphaea

บัวอียิปต์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Nymphaea caerulea
ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae
ชื่อสามัญ water lily
ชื่ออื่นๆ บัวสาย อุบลชาติ

บัวชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถบตอนกลางและเหนือของแอฟริกา มีลักษณะและสีสันแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ในสมัยที่อียิปต์ได้ค้นพบซากดอกบัวแห้งในสุสานของกษัตริย์รามเสส และตุตันคาเมน ก็พาเรียกกันว่า “sacred Lotus of the Nile” ทำให้เข้าใจผิดอยู่นานว่าเป็นบัวหลวง(lotus) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Nelumbo nucifera แต่ต่อมาภายหลังนักพฤกษศาสตร์ก็ได้จำแนกว่าเป็นดอกบัวสาย(Nymphaea lotus) ดอกบัวสายเป็นเครื่องหมายของความรักที่บริสุทธิ์ มีการแพร่พันธุ์อยู่ในแม่น้ำไนล์เป็นจำนวนมาก ในแม่น้ำแห่งนี้ได้มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่า ชาวอียิปต์สมัยนั้นมักนิยมล่องเรือเพื่อชมดอกบัวกัน

ชาวอียิปต์จะถือว่าดอกบัวชนิดสีน้ำเงินคือดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งในสมัยโบราณมักสลักรูปดอกบัวชนิดนี้ไว้ที่เสาหิน หรือตามผนังของสุสาน จนกลายมาเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของประเทศไปในที่สุด

เดิมชาวอียิปต์เชื่อว่า ในจักรวาลไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ จะมืดมนไปด้วยมหาสมุทร ต่อมาก็ได้มีดอกบัวขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งมีกลีบดอกสีน้ำเงิน เมื่อกลีบดอกแย้มออก ตรงใจกลางดอกที่เป็นสีทองจะมีพระผู้สร้าง หรือที่เรียกว่า พระสุริยเทพ “รา” ประทับอยู่ ทั่วทั้งพื้นน้ำมีกลิ่นหอมอบอวลของดอกบัวไปทั่ว ความมืดในมหาสมุทรได้ถูกขับไล่และอันตรธานหายไปด้วยแสงสว่างจากร่างของพระผู้สร้าง สิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อสิ้นวันดอกบัวก็หุบกลีบลงมีความมืดมิดเหมือนเดิม เมื่อพระผู้สร้างปรากฏตัวขึ้นอีกก็จะสว่างขึ้น ต่อมาพระผู้สร้างก็ได้ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและเหล่าเทพเจ้าขึ้นมาอยู่ร่วมกันในโลกใหม่

เกสรสีเหลืองทองใจกลางดอกบัวสีน้ำเงิน ที่ชาวอียิปต์เปรียบกับแสงสว่างของพระอาทิตย์ที่ตัดกับขอบฟ้า ดอกบัวชนิดนี้จะบานในยามเช้าและตอนบ่ายก็จะหุบกลีบลง เหมือนกับการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ บัวชนิดนี้จึงมักถูกใช้ในพิธีศพเพราะเชื่อว่าวิญญาณของคนตายจะกลับเข้าร่างใหม่ได้อีกครั้งเหมือนดอกบัวที่แย้มกลีบบานอีกครั้งในยามเช้า

ชาวอียิปต์โบราณ จะรักษาโรคด้วยการใช้สารเสพติดจากกลีบบัว หรือใช้ผสมไวน์ ใช้ผสมในตัวยาสำคัญ และยังใช้ในการบูชาเทพเจ้า หรือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ด้วย

จากการศึกษาวิจัยในปัจจุบันพบว่า มีสาร nuciferine และaporphine อยู่ในดอกบัวสีน้ำเงิน ที่ออกฤทธิ์คล้ายสารเสพติดทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มึนเมา และประสาทหลอนได้ จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ให้เหมาะสม