ดอกไม้ประจำชาติของเม็กซิโก

By -

เม็กซิโก เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐเม็กซิโก มีเมืองหลวงชื่อ กรุงเม็กซิโก(Mexico City) พื้นที่ของประเทศมีประมาณ 2 ล้านตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตทางทิศเหนือติดกับสหรัฐอเมริกา ทางทิศใต้ติดกับกัวเตมาลาและเบลีซ ทางทิศตะวันออกติดกับทะเลแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโก ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับอ่าวแคลิฟอร์เนียและมหาสมุทรแปซิฟิก จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่มีประมาณ 116.2 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนท์ ภาษาราชการที่ใช้คือ ภาษาสเปน สกุลเงินที่ใช้คือ เม็กซิกันเปโซ(MXN)

เม็กซิโกใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐในการปกครองประเทศ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศและเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประธานาธิบดีสามารถดำรงอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเป็นเวลา 6 ปี มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 31 รัฐ กับอีก 1 เขตนครหลวง

ประเทศเม็กซิโกมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทางภาคเหนือและตะวันตกภูมิอากาศจะเป็นแบบทะเลทราย ส่วนทางภาคใต้และบริเวณที่ราบต่ำชายทะเลจะมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร มีอุณหภูมิของประเทศโดยเฉลี่ยประมาณ 12-30 องศาเซลเซียส

เม็กซิโกมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น ปิโตรเลียม เงิน ทองแดง ทองคำ ตะกั่ว สังกะสี ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ส่วนในด้านอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ อิเล็คทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า การบิน เครื่องมือแพทย์ ปิโตรเลียม เหมืองแร่ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว มีสินค้าด้านเกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าว ถั่ว ฝ้าย กาแฟ ผลไม้ มะเขือเทศ ปลา กุ้ง เป็นต้น

ดอกไม้ประจำชาติของเม็กซิโกคือ ดอกดาเลีย(Dahlia)Dahlia

ชื่อสามัญ Dahlia or Dalia
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dahlia sp.
ชื่อวงศ์ Compositae หรือ Asteraceae จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับเบญจมาศ และเยอบีร่า

ดาเลีย มีถิ่นกำเนิดบนที่สูงของเม็กซิโก และอเมริกากลาง ส่วนในอเมริกาใต้อาจพบได้บ้าง สำหรับพันธุ์ที่ปลูกกันอยู่ทั่วไปมักเป็นพันธุ์ผสมที่ได้มาจาก Dahlia pinnate และ Dahlia cocinea ซึ่งในเมืองไทยก็มีการปลูกดาเลียกันมาช้านานแล้ว มักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับสวน ไม้กระถาง หรือไม้ตัดดอก

ดาเลียเป็นไม้พุ่ม ส่วนบางชนิดก็เป็นแบบไม้เลื้อย ลำต้นเป็นแบบตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ภายในลำต้นจะกลวง รากมีลักษณะคล้ายหัว ลักษณะของดอกจะคล้ายกับดอกเบญจมาศ มีอยู่ด้วยกันหลายสี เช่น ชมพู น้ำเงิน ขาว แดง แสด ส้ม ม่วง และเหลือง เป็นต้น มีก้านช่อดอกแข็งแรง เกสรตัวผู้และตัวเมียจะอยู่ในดอกเดียวกัน ลักษณะของกลีบดอกในบางชนิดอาจแผ่กว้าง หรือบางชนิดอาจห่อตัวเป็นหลอดก็ได้ กลีบรองดอกด้านในจะติดอยู่กับฐานดอกมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ เรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ ส่วนขนาดกลีบรองดอกด้านนอกจะเล็กกว่าด้านใน เมล็ดของดาเลียจะเป็นรูปไข่เล็กๆ

ดาเลียในแถบยุโรปมักจะให้ดอกในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ส่วนพันธุ์ที่นำมาปลูกในประเทศไทยพบว่าจะให้ดอกเมื่อมีใบ 5-7 คู่ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ในประเทศอังกฤษได้แบ่งลักษณะดอกของดาเลียออกเป็นกลุ่มดังนี้
1. Single – flowerd 2. Anemone – flowerd 3. Collerette 4. Peony – flowerd 5. Decorative 6. Ball 7. Pompon 8. Cactus 9. Semi – Cactus 10. Miscellaneous

และได้แบ่งตามขนาดของดอกได้เป็นกลุ่มดังนี้
1. Giant – flowerd มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกมากกว่า 25 เซนติเมตร
2. Large – flowerd มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกตั้งแต่ 20-25 เซนติเมตร
3. Medium – flowerd มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกตั้งแต่ 15-20 เซนติเมตร
4. Small – flowerd มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกตั้งแต่ 10-15 เซนติเมตร
5. Miniature – flowerd มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกน้อยกว่า 10 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์ดาเลีย ทำได้ด้วยวิธีปลูกด้วยหัว ชำกิ่ง และการใช้เมล็ด วิธีที่นิยมที่สุดคือการใช้หัวปลูก เพราะสะดวกที่สุด ส่วนการใช้เมล็ดมักจะให้ต้นที่ไม่สม่ำเสมอจึงมักไม่เป็นที่นิยม

ดาเลีย เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย หรือในพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร ต้องได้รับแสงแดดเต็มที่ มีอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส มีการถ่ายเทอากาศที่ดีเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของโรค เป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี ดาเลียสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลาย ตลาดจึงมีความต้องการไม้ตัดดอกชนิดนี้มากขึ้น

ควรให้ปุ๋ยที่มีความเข้มข้นของธาตุอาหารแก่ดาเลียหลังจากปลูกได้ประมาณ 3 สัปดาห์ดังนี้ ไนโตรเจน 100 ส่วนต่อล้าน ฟอสฟอรัส 50 ส่วนต่อล้าน โพแทสเซียม 100 ส่วนต่อล้าน

ดาเลียมักเกิดโรคเน่าของหัวและดอกที่มีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา ส่วนแมลงที่เป็นศัตรูของดาเลีย ได้แก่
-ไรขาวและไรแดง ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีพวก โอไมค์ หรือผงกำมะถันเพื่อกำจัด
-หนอนชอนใบ ควรใช้สารเคมีพวก อะบาเมกติน ฉีดพ่น หรือใช้กาวเหนียวเพื่อดักจับตัวเต็มวัยของหนอนชอนใบ
-เพลี้ยไฟ โดยพ่นสารเคมีพวก คอนฟิดอร์ เพื่อกำจัดเมื่อเกิดการระบาด
-หนอนกัดกินใบและต้นพืช ถ้าพบในปริมาณน้อยก็ให้จับทำลาย แต่ถ้ามีมากก็ควรใช้สารเคมีที่เหมาะสมฉีดพ่นเพื่อกำจัด

วิธีการให้น้ำดาเลีย ที่นิยมกันมากที่สุดคือ การใช้สายยางที่ส่วนปลายเป็นฝักบัวฝอย ส่วนการให้น้ำแบบหยดที่มีต้นทุนสูงก็เป็นที่นิยมเช่นกัน น้ำที่ใช้รดต้องเป็นน้ำสะอาด มีความเหมาะสมของกรดและด่าง ควรให้น้ำในตอนเช้าจนดินมีความชื้นแต่ไม่ถึงกับแฉะ เมื่อตกเย็นใบก็จะแห้งพอดี เป็นการป้องกันการระบาดของโรคได้ด้วย

เมื่อดาเลียบานเกือบเต็มที่จนเห็นสีชัดเจนก็ให้เริ่มทำการเก็บเกี่ยวได้ ควรใช้กรรไกรหรือมีดคมๆ ตัดช่อดอกให้ยาวประมาณ 60 ซม. และให้ตัดดอกในตอนเช้า หลังจากการเก็บเกี่ยวแล้วควรแช่ก้านดอกในน้ำทันที การยืดอายุการบานของดอกดาเลียทำได้โดยการเก็บรักษาไว้ในห้องเย็น หรือใช้สารเคมีควบคุม หรืออาจใช้ทั้งสองแบบร่วมกันก็ได้