ดอกไม้ประจำชาติของโรมาเนีย

By -

โรมาเนีย (Romania) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป พื้นที่ของประเทศมีอยู่ประมาณ 238,391 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทางทิศใต้ติดกับประเทศบัลแกเรีย ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศเซอร์เบียและฮังการี ส่วนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศมอลโดวาและยูเครน มีเมืองหลวงชื่อ บูคาเรสต์ จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่มีประมาณ 22,303,552 คน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ มีภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการคือ ภาษาโรมาเนียน มีสกุลเงินที่ใช้เป็น เลอู(RON)

ในอดีตโรมาเนียเคยอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน ต่อมาในปี พ.ศ.2421 ได้ประกาศเอกราชและสถาปนาขึ้นเป็นราชอาณาจักร ใช้การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช แต่ต่อมาระบอบนี้ก็ถูกล้มล้างมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2532 เป็นรัฐประชาธิปไตยและสวัสดิการสังคม (Democratic and Social State) มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นประมุข โรมาเนียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 40 จังหวัด ประชากรของประเทศส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยชาวโรมาเนีย รองลงมาคือ ฮังการี โรมา เยอรมัน และยูเครน

แม้ว่าโรมาเนียจะใช้ภาษาโรมาเนียนเป็นภาษาราชการ แต่บางส่วนก็มีการใช้ภาษาฮังการีควบคู่ไปด้วย และมีการใช้ภาษาเยอรมันบ้างเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้วก็ยังใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกันด้วยในวงการธุรกิจ

โรมาเนียจะมีเทือกเขาทรานซิลเวเนียแอลป์อยู่ทางตอนกลางของประเทศ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีเทือกเขาที่ชื่อว่า คาร์เปเธียน ส่วนตอนใต้ของเทือกเขาทรานซิลเวเนียแอลป์ จะเป็นที่ราบใช้ทำการเกษตรที่เรียกกันว่า วอลลาเชีย และมีชายฝั่งของทะเลดำด้วย

โรมาเนียจัดเป็นประเทศที่ยังมีสัตว์ป่ามากกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบยุโรป เช่น หมีสีน้ำตาล หมาป่าสีเทา แมวป่าบางชนิด และละมั่ง ซึ่งสัตว์เหล่านี้มักอยู่แถบทรานซิลเวเนียแอลป์ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ สิ่งทอและรองเท้า โลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ แร่ธาตุและเชื้อเพลิง

ลักษณะภูมิอากาศในโรมาเนียมีอยู่ 4 ฤดูกาล คือ
1. ฤดูใบไม้ผลิ จะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
2. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
3. ฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน
4. ฤดูหนาว เริ่มในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

โรมาเนียมีดอกไม้ประจำชาติ คือ กุหลาบป่า ด็อกโรส(Dog Rose)ด็อกโรส

ด็อกโรส(Dog Rose)
ชื่อวิทยาศาสตร์ โรซา คานินา (Rosa canina)
ชื่ออื่นๆ ด็อกเบอร์รี่ (dogberry)

ด็อก โรส (Dog Rose) เป็นกุหลาบป่าที่มักพบได้ในป่าละเมาะ ป่าโปร่ง มีถิ่นกำเนิดมาจากอังกฤษ และสกอตแลนด์ ความสวยงามของกุหลาบชนิดนี้อาจจะเทียบไม่ได้กับกุหลาบที่มีการปรับปรุงพันธุ์แล้ว แต่กลับมีสรรพคุณทางยาที่ใช้รักษาเมื่อถูกสุนัขกัดได้

ด็อก โรส จะเริ่มบานในช่วงฤดูร้อนของทุกปี คือประมาณตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เป็นไม้พุ่มสูงกว้างประมาณ 3 เมตร มีลำต้นอ่อน โตเร็ว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิดที่มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ และได้รับแสงสว่างแบบรำไร ลักษณะของบริเวณขอบใบจะเป็นหยักแหลมๆ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อนำมาขยี้ กลีบดอกของด็อกโรส มีอยู่ 5 กลีบ ซึ่งจะบอบบางมาก และมีอยู่หลากหลายสี เช่น สีขาว สีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ดอกของด็อกโรสก็จะเริ่มร่วงโรย และจะปรากฎผลภายใน ที่มีลักษณะสีแดงเข้มอมส้ม ทรงรีให้เห็น เมื่อเข้าหน้าหนาวก็จะกลายเป็นอาหารของพวกนกต่อไป

ด็อกโรส เป็นพืชที่แข็งแรงทนทาน เลี้ยงง่าย โตไว และทนต่อโรคพืชต่างๆ ได้ดี ควรปลูกด็อกโรสในดินที่มีความชุ่มชื้นอย่างพอเหมาะ มีการระบายน้ำได้ดี มีสารอาหารและอินทรีย์วัตถุอย่างอุดมสมบูรณ์

ผู้คนในโลกตะวันตกรู้จักพรรณไม้ชนิดนี้มาตั้งแต่ครั้งโบราณมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มักนิยมปลูกไว้ในสวนเพื่อชมความสวยงาม หรือปลูกเป็นรั้วบ้าน ซึ่งดอกกุหลาบชนิดนี้นอกจากจะมีความสวยสดงดงามแล้ว ก็ยังนำมาเป็นยารักษาโรคได้ด้วย

ผลของด็อกโรส ที่เรียกว่า โรสฮิปส์ ในยุคเอลิซาบีธาน สุภาพสตรีอังกฤษมักนำมาทำเป็นแยมหรือทาร์ต ส่วนน้ำเชื่อมของโรสฮิปส์ก็ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับให้เด็กๆ รับประทานได้ด้วย และแยมที่ทำจากกลีบดอกจะมีกลิ่นที่หอมหวานชื่นใจ ในส่วนของใบเมื่อนำมาตากแห้งแล้วบดชงกับน้ำร้อนใช้ดื่มแทนชา ซึ่งจะมีรสฝาดเล็กน้อย แต่จะมีกลิ่นหอมสดชื่นมาก

สรรพคุณทางยา
ราก ช่วยรักษาแผลที่โดนสุนัขกัด
ผล มีวิตามินซีอยู่สูง จึงนิยมนำมาทำเป็นน้ำเชื่อมโรสฮิปให้เด็กรับประทาน

และผลจากการวิจัยในปัจจุบันพบว่า ด็อกโรส สามารถใช้ยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้มีการเจริญเติบโตออกไปได้ด้วย