ดอกไฮยาซินท์

By -

ชื่อสามัญ Dutch hyacinths, Garden Hyacinth, Common Hyacinth
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hyacinthus orientalis L.
ชื่อวงศ์ Liliaceae, Hyacinthaceaeดอกไฮยาซินท์

ดอกไฮยาซินท์ เป็นไม้ดอกที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชในวงศ์เดียวกันกับลิลลี่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศตุรกี ตะวันออกกลาง และรอบชายฝั่งทางตอนใต้ของเมดิเตอร์เรเนียน มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในหลายๆ ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อเมริกา ชิลี และทวีปเอเชีย

ไฮอาซินธ์ที่พบตามธรรมชาติทั่วไปมักจะมีดอกสีขาวหรือม่วง จำนวนดอกในช่อมีน้อย กระจายกันแบบห่างๆ ไม่แน่น แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาขึ้นมามากกว่า 2,000 สายพันธุ์ ซึ่งมีสีสันสวยงามหลากหลาย ช่อดอกแน่น ให้ดอกได้รวดเร็ว และมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้ตัดดอก หรือนำไปสกัดเป็นน้ำหอม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นหัวใต้ดินคล้ายกับหอมหัวใหญ่ หัวอาจมีสีม่วงหรือสีขาวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เป็นหัวที่เกิดจากกาบใบ มีความสูงของลำต้นประมาณ 25-30 ซม.

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปขอบขนานยาว คล้ายรูปดาบ แผ่นใบมีสีเขียวสด เรียบ หนา อวบน้ำ ขอบใบเรียบห่อเข้าหากันเล็กน้อย

ดอก
ออกเป็นช่อตั้งตรงรูปทรงกระบอก ในแต่ละช่อจะประกอบด้วยดอกย่อยรูปถ้วยประมาณ 40 ดอก มีกลีบดอกหนาเป็นมันคล้ายขี้ผึ้งจำนวน 6 กลีบ ปลายกลีบแหลมแยกออกจากกัน และโค้งงอลงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 2-3 ซม. ดอกมีกลิ่นหอม มีอยู่ด้วยกันหลายสี เช่น สีม่วง สีขาว สีชมพู สีฟ้า เป็นต้น โดยจะเริ่มออกดอกในช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน ดอกบานทนอยู่ได้นานประมาณ 2 สัปดาห์

ผล
มีลักษณะเป็นพู เปลือกผลสีเขียวอมเทา มีเมล็ดอยู่ภายใน

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด การชำใบ ปลูกจากหัวที่โตเต็มวัย หรือหัวลูก ไฮยาซินท์ เป็นไม้หัวที่มีการพักตัวในฤดูหนาว ทนต่อความหนาวเย็นได้ดี ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีค่า pH ของดินระหว่าง 6-7 ต้องการแสงแดดแบบเต็มวัน หรือวันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ชอบอากาศหนาวเย็น หากได้รับแสงจัดมากเกินไปอาจทำให้ตายได้ คุณภาพของดอกจะลดต่ำลงไปทุกๆ ปี จึงนิยมปลูกกันเพียงฤดูเดียว

การปลูกด้วยเมล็ดอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี จึงมีการงอกของเมล็ด และให้ดอกได้เมื่อมีอายุประมาณ 3-6 ปี จึงไม่เป็นที่นิยมทำกัน

สภาพอากาศในประเทศไทยไม่เหมาะต่อการสร้างระบบรากและตาดอก เนื่องจากมีความหนาวเย็นไม่พอ จึงควรปลูกลงกระถางแล้วนำไปแช่ในตู้ทำความเย็นก่อนประมาณ 2-3 เดือน เมื่อต้นสูงประมาณ 1.5-2 นิ้ว จึงค่อยย้ายมาปลูก โดยหลุมที่ใช้ปลูกไม่ควรให้ลึกจนเกินไป หลังการปลูกได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะเริ่มให้ดอก เมื่อใบร่วงโรยหลังการเก็บเกี่ยวแล้ว ก็ให้ขุดหัวขึ้นมาทำความสะอาด แล้วนำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อใช้ปลูกในคราวต่อไปได้ โดยรากจะเจริญจากหัวพร้อมที่จะนำไปปลูกในฤดูต่อไปได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกของประเทศไทยจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน หมั่นรดน้ำให้ความชุ่มชื้นแก่ดินอย่างสม่ำเสมอ หากปลูกเพียงฤดูเดียวไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ย

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับสวน ตกแต่งบ้าน และตัดดอกจำหน่าย หรือปลูกในกระถางได้