ตะนาว

By -

ชื่อทางพฤกษศาสตร์ Naringi crenulata(Roxb.) Nicolson
ชื่อพ้อง Hesperethusa crenulata(Roxb.) Roem. หรือ Limonia crenulata Roxb.
ชื่อวงศ์ Rutaceae พม่าเรียก Thanatka
ชื่ออื่นๆ กระแจะ ขะแจะ(ภาคเหนือ) พญายา(ภาคกลาง ราชบุรี) ตุมตัง(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)ตะนาว

ตะนาวเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ ต้นสูงประมาณ ๘-๑๕ ซม. ลักษณะของลำต้นเปลาตรง ผิวเรียบ มักมีหนามแข็ง แหลมและยาวอยู่ทั่วไป มักแตกกิ่งต่ำๆ กิ่งอ่อนและยอดอ่อนจะเกลี้ยง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน มีใบย่อย ๔-๑๓ ใบ มีครีบเป็นช่วงๆ ที่แกนใบประกอบทั้งสองข้างระหว่างคู่ใบย่อย ใบย่อยเป็นรูปรีแกมรูปไข่กลับ มีความกว้างประมาณ ๑.๕-๓ ซม. ยาว ๒-๗ ซม. ส่วนบริเวณโคนและปลายใบจะสอบแคบ เนื้อใบจะบาง เนียน และเกลี้ยง จะมองเห็นต่อมน้ำมันเป็นจุดใสๆ กระจายอยู่ทั่วไปเมื่อส่องดู ขอบใบจะหยักเป็นซี่ฟันเลื่อยแบบตื้นๆ ดอกมีสีขาว หรือสีขาวอมเหลือง มีกลีบดอก ๔ กลีบ จะออกเป็นดอกเดี่ยวๆ และออกรวมกันเป็นกระจุกตามกิ่งเล็กๆ เมื่อบานจะแผ่ออกหรือลู่ไปทางก้านเล็กน้อย มีเกสรตัวผู้ ๕ อัน ผลเป็นแบบผลสด รูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๕-๑ ซม. เมื่อผลอ่อนอยู่ก็จะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่จัดจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำ

เมื่อตัดไม้ตะนาวมาใหม่ๆ เนื้อไม้จะมีสีขาว แล้วต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน และถ้าทิ้งเอาไว้นานๆ ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลปนเหลืองอ่อน หรือเมื่อนำเนื้อไม้และเปลือกไม้มาบด หรือฝนให้เป็นผงละเอียดก็จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อนำมาทาผิวหนังจะทำให้ผิวเนียนสวย เครื่องประทินผิวแบบโบราณหลายชนิดจึงใช้ผงจากตะนาวเป็นส่วนผสมหลักอยู่ด้วย เช่น ใช้ผสมในเครื่องหอมที่เรียกว่า “กระแจะตะนาว” ซึ่งในประเทศพม่านิยมใช้กันมาก

สรรพคุณทางยาโบราณของไทย
เปลือกต้นตะนาวมีรสขม ใช้แก้ไข้ ขับลมผาย บำรุงดวงจิตให้แช่มชื่น แก่นมีรสจืด เย็น ใช้ดองเหล้ากินแก้กระษัย แก้โลหิตพิการ ใช้ดับพิษร้อน ใช้ใบผสมกับสมุนไพรอื่นต้มน้ำกินแก้ลมบ้าหมู ผลที่มีรสขมสามารถนำมาใช้เป็นยาบำรุงกำลังได้อีกด้วย