ต้นกล้วยน้อย

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Xylopia vielana Pierre
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชื่ออื่นๆ กล้วยน้อย, ตาแหลว, สะทาง, กั้นทาง, ตันทางกล้วยน้อย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
กล้วยน้อย เป็นไม้ยืนต้นที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับกระดังงา เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลอมดำ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มกลม มีขนาดความสูงของลำต้นประมาณ 5-8 เมตร บางต้นอาจสูงได้ถึงประมาณ 20 เมตร

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ลักษณะใบเป็นรูปรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่ แผ่นใบเรียบสีเขียวเข้ม มีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่ทั่ว โคนและปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบเรียบ

ดอก
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายยอด ในแต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 3 ดอก กลีบดอกเรียวยาว หนา มีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมน้ำตาลจำนวน 6 กลีบ เรียงซ้อนสลับกันอยู่ 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ บริเวณโคนกลีบเป็นสีม่วงอมแดง มีกลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยมยาวรีจำนวน 3 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันคล้ายรูปถ้วย และแยกออกจากกันที่ส่วนปลาย บริเวณกลางดอกมีเกสรเพศผู้อยู่เป็นจำนวนมาก และมีเกสรเพศเมียอยู่ประมาณ 5-6 อัน ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ในตอนกลางวัน และหอมแรงในช่วงใกล้ค่ำ ดอกที่บานเต็มที่แล้วจะร่วงโรยในวันต่อไป เริ่มให้ดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน

ผลกล้วยน้อย1
ออกเป็นผลกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยผลย่อยรูปทรงกระบอกจำนวนมาก เปลือกผลเรียบมีรอยคอดเล็กน้อยตามจำนวนเมล็ด ผลอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่จะกลายเป็นสีเหลืองอมส้มหรือสีส้มอมแดง ทั่วผลมีขนอ่อนปกคลุมอยู่ประปราย เมื่อผลสุกเต็มที่จะสามารถแตกอ้าออกได้

เมล็ด
ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำทรงกลมรีอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด ผิวเมล็ดเรียบเป็นมัน ตรงขั้วเมล็ดมีเยื่อหุ้มสีขาวติดอยู่

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำและอากาศได้ดี ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่กลางแจ้ง บริเวณเนินดิน การปลูกเลี้ยงในกระถางจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก และไม่ค่อยมีดอกให้เห็น

ประโยชน์
เนื้อไม้-ใช้ทำเป็นไม้ฟืน หรือเสารั้วก็ได้
ดอก-ใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงยาหอม

ชาวไทยอีสาน นิยมนำกิ่งไม้ของพืชชนิดนี้มาขวางทางเข้าบ้าน หรือหมู่บ้านหลังจากที่จัดงานศพเรียบร้อยแล้ว เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้วิญญาณเข้ามาได้