ต้นการบูร

By -

การบูร (Camphor) เป็นผลึกที่แทรกอยู่ในเนื้อไม้ของพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cinnamomum camphora (L.) Presl มีชื่อพ้องว่า Camphora officinarum Nees และ Laurus camphora L. ในวงศ์ Lauraceaeต้นการบูร

คำ “การบูร” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “Karapur” หรือ “กรปูร” ซึ่งแปลว่า “หินปูน” เพราะโบราณเข้าใจว่าของนี้เป็นพวกหินปูนที่มีกลิ่นหอม ต่อมาชื่อนี้เพี้ยนเป็น “กรบูร” และเป็น “การบูร” ในปัจจุบันต้นการบูรเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่ปัจจุบันมีการนำไปปลูกในหลายๆ ประเทศ

พืชชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงได้ถึง ๑๐-๑๕ เมตร ลำต้นและกิ่งเรียบ ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่รากและโคนต้น ตาใบมีเกล็ดซ้อนเหลื่อมหุ้มอยู่ เกล็ดชั้นนอกเล็กกว่าเกล็ดชั้นในตามลำดับ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ รูปไข่กว้าง หรือรูปรี ปลายเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างเหนียว ด้านบนเป็นมัน ด้านล่างมีนวล ดอกเป็นดอกช่อแบบแยกแขนง ออกตามซอกใบ ใบประดับเรียวยาว ร่วงง่าย มีขนอ่อนนุ่ม ดอกเล็กสีเหลืองอ่อน ก้านดอกสั้นมาก กลีบรวมมี ๖ กลีบ รูปรี ปลายมน โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ด้านในมีขนอ่อนนุ่ม เกสรตัวผู้มี ๙ อัน เรียงเป็น ๓ วง ผลเป็นผลมีเนื้อขนาดเล็ก รูปค่อนข้างกลม สีเขียวเข้ม แต่จะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่มีเมล็ด ๑ เมล็ด

สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง การบูรที่ใช้กันเกือบทั้งหมดได้มาจากธรรมชาติ ร้อยละ ๘๐ ผลิตได้จากไต้หวัน ที่เหลือมาจากจีนและญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นประเทศที่ผูกขาดการผลิตการบูรที่ได้จากธรรมชาติ รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดว่า ถ้าโค่นต้นลง ๑ ต้น ก็ต้องปลูกชดเชยไป ๑ ต้น เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์

การบูรธรรมชาติเป็นผลึกเล็กๆ ที่เกิดอยู่ทั่วไปทั้งต้น มักจะอยู่ตามรอยแตกของเนื้อไม้ มีมากที่สุดในแก่นของราก รองลงมาที่แก่นของต้น ส่วนที่อยู่ใกล้โคนต้นจะมีการบูรมากกว่าส่วนที่อยู่สูงขึ้นมาตามลำดับ ดังนั้นในใบและยอดอ่อนจึงมีการบูรอยู่น้อย ในใบอ่อนจะมีน้อยกว่าใบแก่

การบูรจะละลายอยู่ในน้ำมันระเหยง่ายที่อยู่ในต้น การผลิตการบูรในไต้หวัน ใช้การกลั่นจากต้น โดยใช้ทั้งลำต้นและรากของต้นที่มีอายุเกิน ๔๐ ปี นำมาเลื่อยและสับเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปกลั่นโดยใช้ไอน้ำในเครื่องกลั่นพิเศษที่ทำด้วยไม้ เมื่อกลั่นได้น้ำมันระเหยง่าย การบูรจะตกผลึกแยกออกมา กรองแยกเอาผลึกการบูรออก อาจเอามาทำให้บริสุทธิ์โดยการระเหิด การบูรที่ได้นี้เรียกว่า “Refined Camphor” หรือ Resublimed Camphor”

เนื่องจากการบูรได้จากพืชที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป ในสหรัฐอเมริกาจึงใช้วิธีกลั่นจากใบและยอดอ่อนของต้นที่มีอายุตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปแทน ถึงแม้ว่าจะให้ปริมาณการบูรน้อยกว่า แต่สามารถตัดใบและยอดอ่อนมากลั่นได้ทุกๆ ๒ เดือน

ปัจจุบันนี้การบูรเกือบทั้งหมดได้จากวิธีการกึ่งสังเคราะห์จากสารตั้งต้นคือ -pinene ที่ได้จากน้ำมันสน (Turpentine oil)

โบราณใช้การบูรแก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้พิษแมลงต่อยและโรคผิวหนังเรื้อรัง ยังใช้เป็นยาระงับเชื้ออย่างอ่อน เป็นยากระตุ้นหัวใจ ขับลม ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ปวด ผสมในยาทาถูนวดแก้ปวดตามข้อ

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์