ต้นตะลุมพุก

By -

ชื่อสามัญ Divine Jasmine, Tamilnadia
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamilnadia uliginosa (Retz.) Tirveng. & Sastre
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ชื่ออื่นๆ หนามแท่ง, มะคัง, ลุมพุก,มอกน้ำข้าว, มะข้าว, ลุมปุ๊ก, ลุบปุ๊ก, กระลำพุก, มะคังขาว, มุยขาว, โรคขาวตะลุมพุก

ตะลุมพุก เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นเข็ม มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยอินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย มักเจริญเติบโตอยู่ในพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 100-800 เมตร บริเวณริมน้ำของป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ตะลุมพุก เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มโปร่งขนาดเล็ก ลำต้นมีรูปทรงไม่แน่นอน แต่สามารถตัดแต่งหรือดัดได้ไม่ยากนัก เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลเข้ม กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยมมน ลำต้นและปลายกิ่งก้านมีหนามที่ยาวและแหลม ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ อยู่ทั่ว โดยหนามนี้จะพัฒนากลายเป็นกิ่งต่อไป เนื้อไม้ภายในมีสีน้ำตาลอ่อน มีความละเอียดและสม่ำเสมอมาก มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-10 เมตร

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ สีเขียวอ่อน มีความกว้างประมาณ 5-10 ซม. ยาวประมาณ 8-14 ซม. แผ่นใบบางเรียบเป็นมัน ขอบใบเรียบ โคนใบสอบแหลม ปลายใบมน ด้านล่างใบมีขนขึ้นปกคลุมประปราย มีหูใบขนาดเล็ก มีก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน

ดอก
มีสีขาว มักออกมาจากซอกใบบริเวณปลายยอด มีกลีบดอก 5-6 กลีบ เป็นรูปทรงกลมค่อนข้างหนา โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายกลีบกลมมนแยกออกจากกัน มีเกสรเพศผู้จำนวน 5 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน ดอกมีกลิ่นหอม เริ่มให้ดอกในช่วงเดือนกรกฎาคม

ผล
ออกเป็นผลเดี่ยว มีลักษณะเป็นผลสดรูปไข่ หรือกลมรี มีขนาดความกว้างของผลประมาณ 3-5 ซม. ยาวประมาณ 4-6 ซม. ผิวผลเรียบ ผลอ่อนมีสีเขียวและจะกลายเป็นสีเหลืองเมื่อสุก มีกลีบเลี้ยงติดอยู่บริเวณขั้วผล เนื้อภายในผลแน่นและแข็ง เริ่มติดผลประมาณช่วงเดือนสิงหาคม

เมล็ด
ภายในผลจะมีเมล็ดลักษณะทรงกลมเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเมล็ดที่ฝ่อ

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง ตะลุมพุกเป็นพันธุ์ไม้ป่าที่ปลูกเลี้ยงและดูแลรักษาได้ไม่ยาก เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี และไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงมารบกวน เพียงแต่ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดจากหนามที่แหลมยาวเท่านั้น

ประโยชน์ที่นำมาใช้
รากและแก่น-ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อช่วยบำรุงโลหิต แก้ท้องเสีย แก้บิดมูกเลือด หรือใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย แก้ปวดเมื่อย

เนื้อไม้-มีความละเอียด สม่ำเสมอ เป็นสีน้ำตาลอ่อน นิยมใช้ในงานแกะสลัก หรือทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ได้

ผล-ใช้เป็นส่วนผสมในสีย้อมผ้าทำให้สีติดทนนาน หรือใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย แก้บิดมูกเลือด แก้อาการลงแดง

ในปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกที่สวยและมีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี สามารถดัดหรือตัดแต่งได้ไม่ยาก และสามารถให้ร่มเงาได้เมื่อต้นเติบโตขึ้น