ต้นปัดหิน

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gardenia saxatilis Geddes
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ชื่ออื่นๆ ข่อยโคก, ข่อยหิน, พุดผา, ข่อย, สามพันตา, ข่อยด่านต้นปัดหิน

ปัดหิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มักเจริญเติบโตอยู่ในบริเวณป่าเต็งรัง ในที่โล่ง ใกล้ชายหาด หรือตามซอกหินบริเวณลานภูเขาหินทราย ในประเทศกัมพูชา และลาว ส่วนในประเทศไทยพบพันธุ์ไม้ชนิดนี้เป็นครั้งแรกที่ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี และมีการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในแถบภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ปัดหิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีทรงพุ่มเตี้ย ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาตั้งฉากกับลำต้นมากมาย มีความสูงประมาณ 2-4 เมตร

ใบ
ลักษณะใบปัดหินเป็นรูปไข่กลับ รูปรีแกมขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมใบหอกกลับ โคนใบเว้า ปลายใบมน แผ่นใบมีสีเขียวอมเหลืองเป็นมัน ผิวบนใบเรียบ ส่วนด้านล่างมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่ทั่วไป มีความกว้างของใบประมาณ 2-4 ซม. ยาวประมาณ 5-8 ซม. ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้ามกัน ก้านใบสั้น

ดอก
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ บริเวณปลายกิ่ง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีกลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันคล้ายรูปกรวยจำนวน 6 กลีบ ปลายกลีบแยกออกจากกันคล้ายรูปกังหัน ดอกมีกลิ่นหอมแรง มีกลีบเลี้ยงสีเขียวจำนวน 6 กลีบ และปกคลุมไปด้วยขนสีขาว มีเกสรเพศผู้ 6 อัน มีรังไข่ของเกสรเพศเมียแยกออกเป็น 2 ห้อง ก้านดอกมีสีเขียว ติดดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม

ผล
มีลักษณะเป็นผลสดรูปไข่กลับ หรือรูปกลมสีเขียว ปลายผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่แน่น เมื่อสุกจะกลายเป็นสีส้ม ผิวผลเรียบ

เมล็ด
ภายในผลจะมีเมล็ดที่หุ้มด้วยเยื่อสีส้มอยู่เพียง 1 เมล็ด

ปัดหิน จัดเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก สามารถปลูกได้ในทุกฤดูกาล นิยมปลูกไว้เป็นไม้ประดับ หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ใช้ผลทำเป็นพวงกุญแจ เป็นต้น

สรรพคุณทางยา
ลำต้น-ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาเบื่อเมา
เนื้อไม้และราก-ใช้ต้มน้ำดื่มแก้พิษ ถอนพิษ เบื่อเมา
เปลือกต้น-นำไปแช่ในเหล้าใช้ทาแก้อาการปวด ชา ตามแขนขา แก้อัมพาต