ต้นมหัศจรรย์

By -

ชื่อสามัญ Miracle Fruit, Miracle berry, Richardella dulcifica, Miraculous berry
ชื่อวิทยาศาสตร์ Synsepalum dulcificum
ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE
ชื่ออื่นๆ เทพสาครมหัศจรรย์

มหัศจรรย์ เป็นไม้ผลพื้นเมืองในเขตร้อนชื้นของประเทศกานา จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับละมุดและพิกุล ชอบแสงแดดแบบร่มรำไร ต้องการความชื้นสูง การเจริญของรากและเติบโตได้ช้า เป็นพืชที่ค่อนข้างปลูกยากชนิดหนึ่ง ลักษณะภูมิอากาศทางภาคใต้ของไทยมีความเหมาะสมในการปลูกพืชชนิดนี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็ก มีความสูงของลำต้นประมาณ 2-3 เมตร บางต้นอาจสูงได้ถึงประมาณ 6 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปทรงไข่ โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบมีสีเขียวเป็นมัน ขอบใบและแผ่นใบเรียบ ด้านบนใบจะมีสีเข้มกว่าด้านล่าง ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันที่ปลายกิ่ง

ดอก
เป็นดอกสีน้ำตาลขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น มักออกที่กิ่งของลำต้นบริเวณใต้ใบ เมื่อดอกบานจะมีกลิ่นหอมเย็นๆ คล้ายกลิ่นดอกราตรี สามารถติดดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น

ผล
มีลักษณะกลมรีขนาดเล็ก คล้ายกับผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่ ผิวผลเรียบ ผลอ่อนมีสีเขียวและกลายเป็นสีแดงสดเมื่อสุก เนื้อภายในผลมีสีขาว ให้รสหวานจัด หลังจากรับประทานผลสุกของพืชชนิดนี้เข้าไปไม่นาน สารไกลโคโปรตีน ที่มีชื่อว่า มิราคูลิน ที่อยู่ในผลจะเข้าไปเคลือบผิวลิ้นอยู่นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง แม้จะรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวตามไปก็จะทำให้มีรสหวาน และสามารถลดความขมได้บ้างเล็กน้อย จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “ต้นมหัศจรรย์”

เมล็ด
ภายในผลมีเมล็ดลักษณะรูปทรงรีสีน้ำตาลอมดำขนาดเล็กอยู่เพียง 1 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง แต่ส่วนใหญ่จะนิยมการเพาะจากเมล็ดมากกว่า เนื่องจากวิธีการตอนกิ่งจะมีรากงอกออกมาช้ามาก

การปลูก
ต้นมหัศจรรย์จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่กลางแจ้งที่มีสภาพดินอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศแบบร้อนชื้น ต้องการความชื้นสูง แต่ไม่ชอบแดดจัดๆ ควรปลูกใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ หากปลูกกลางแจ้งควรใช้ตาข่ายพรางให้ได้รับแสงเพียง 50% ดินปลูกที่สามารถกักเก็บความชื้นไว้ได้ดีควรมีส่วนผสมของขุยไผ่ ใบก้ามปู หรือกาบมะพร้าวสับ โดยใช้ในอัตราส่วน 2:1

การให้น้ำ
รดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอในเวลาเช้า-เย็น

การใส่ปุ๋ย
ใช้ปุ๋ยสูตร 25-5-5 ในอัตราส่วน 20 กรัม/น้ำ 10 ลิตร รดให้ประมาณ 10 วัน/ครั้ง ในระยะแรกของการปลูก แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 15-30-15 ในอัตราส่วน 20-30 กรัม/น้ำ 10 เมื่อมีอายุได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไป

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
หลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 2 ปี ต้นมหัศจรรย์ก็จะเริ่มติดดอกออกผล โดยเฉพาะจะมีมากในช่วงฤดูหนาว ระยะเวลาของการติดดอกออกผลจะช้าหรือเร็ว มักขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของแต่ละต้น ซึ่งบางต้นอาจใช้เวลานาน 5-6 ปี

ประโยชน์
-มหัศจรรย์เป็นพันธุ์ไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอมชื่นใจ ให้ดอกสีแดงสดงดงาม จึงเหมาะที่จะปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน หรือตามสถานที่ต่างๆ ได้ โดยจะปลูกลงดินหรือปลูกในกระถางก็ได้

-ผลของมหัศจรรย์แม้จะมีรสหวานจัด แต่ก็ปราศจากน้ำตาลและแคลอรี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

-ในประเทศญี่ปุ่นนิยมรับประทานผลไม้ชนิดนี้ก่อนรับประทานไวน์ หรือกาแฟ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลลงไป และยังนำไปสกัดเป็นน้ำตาลก้อนลดความอ้วนได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น แต่ต้นไม้ชนิดนี้ไม่สามารถปลูกได้ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกก็กำลังให้ความสนใจและศึกษาถึงประโยชน์และความเป็นพิษกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

-สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยารสขมไม่ได้ การรับประทานผลมหัศจรรย์เข้าไปก่อนจะช่วยให้รับประทานยาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากจะช่วยลดความขมได้บ้างเล็กน้อย ส่วนผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศก็จะช่วยบรรเทาอาการไอให้น้อยลงด้วย