ต้นมะค่าโมง

By -

ชื่อสามัญ Makha Tree, Ironwood tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib
ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่นๆ มะค่าใหญ่, มะค่าหลวง, มะค่าหัวคำ, เขง, เบง, บิง, ปิ้น, ฟันฤาษี, แต้โหล่นดอกมะค่าโมง

มะค่าโมง เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ พบมีการกระจายพันธุ์อยู่ในบริเวณป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งที่มีความชุ่มชื้นของประเทศอินเดีย กัมพูชา ลาว พม่า ในประเทศไทยสามารถพบได้ในทุกภาคยกเว้นภาคใต้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มะค่าโมงเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีทรงพุ่มกว้าง มีความสูงของลำต้นประมาณ 10-18 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมชมพูและแตกสะเก็ดเป็นหลุม เปลือกด้านในมีสีขาว แตกกิ่งก้านสาขาแบบต่ำๆ

ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนก ที่มีใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนานเรียงสลับแบบตรงกันข้ามประมาณ 3-5 คู่ ส่วนปลายก้านเป็นใบคู่ ใบอ่อนมีสีทองแดงเมื่อกระทบกับแสงแดดจะดูสวยงามมาก ใบย่อยที่โตเต็มที่จะมีความกว้างประมาณ 2-5 ซม. ยาวประมาณ 4-9 ซม. โคนและปลายใบมน กลางใบเว้าแบบตื้นๆ ใบมีเส้นแขนงข้างละ 8-10 เส้น ก้านใบย่อยยาวประมาณ 3-5 มม.

ดอก
ออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ช่อดอกยาวประมาณ 5-15 ซม. ดอกย่อยมีรูปร่างคล้ายช้อนเป็นสีชมพูอมแดงจำนวน 1 กลีบ มีกลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อนเชื่อมซ้อนเหลื่อมกัน 4 กลีบ ดอกที่บานเต็มที่มีความกว้างประมาณ 2-3.5 ซม. ออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

ผล
มีลักษณะเป็นฝัก หนา แข็ง รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้างประมาณ 5-10 ซม. ยาวประมาณ 10-18 ซม. ผิวเปลือกเรียบ ผลแก่จะแห้งเป็นสีน้ำตาลและแตกออกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ดสีดำ ผิวมัน รูปรี ที่มีเยื่อหุ้มโคนเมล็ดสีเหลืองอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด ให้ผลในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการเพาะกล้าจากเมล็ด

ประโยชน์
เนื้อไม้ละเอียดค่อนข้างแข็งและแน่น สามารถนำไปแปรรูปเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ไม้มะค่าโมงให้ความร้อนได้เป็นอย่างดีเมื่อนำไปทำฟืน เมล็ดแก่สามารถนำมาทำเป็นพวงกุญแจได้ เมื่อต้องการปลูกมะค่าโมงเป็นไม้ประดับ ต้องปลูกในพื้นที่ที่กว้างพอสมควร เนื่องจากมะค่าโมงมีการแตกกิ่งก้านสาขากว้างมาก ซึ่งอาจกินเนื้อที่ถึง 10 เมตรเลยทีเดียว

ในปัจจุบันนี้จำนวนต้นมะค่าโมงก็มีลดน้อยลงไป เนื่องจากได้นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมากมาย หากปลูกทดแทนก็ต้องใช้เวลานานมาก เป็นไม้ที่นิยมนำมาใช้งานรองลงมาจากไม้สัก และไม้แดง เนื้อภายในเมล็ดสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้โดยการนำมาคั่วหรือต้ม หรือรับประทานสด น้ำฝาดจากเปลือกต้นมะค่าโมงสามารถนำมาใช้ฟอกหนังได้ ส่วนผ้าที่ย้อมจากส่วนต่างๆ ของต้นมะค่าโมงจะให้สีเหลืองหรือสีน้ำตาล ส่วนใหญ่จะนิยมนำผ้าไหมและผ้าฝ้ายมาย้อม

สรรพคุณทางยา
เปลือกต้น-ใช้ผสมกับสมุนไพรตัวอื่นทำเป็นยาประคบแก้อาการปวดบวม ฟกช้ำ ใช้เป็นยาสมานแผล

เมล็ด-ใช้รักษาโรคผิวหนัง ขับพยาธิ

ปุ่มที่งอกบริเวณโคนต้น-ใช้เป็นยาเบื่อเมา ขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง รักษาอาการของโรคริดสีดวงทวาร